"กมธ.ร่างรธน."ปรับกก.ยุทธศาสตร์ฯรวมกก.ปรองดอง เป็นองค์กรเดียว ให้กมธ.ฯไปศึกษาก่อนถกข้อสรุปสัปดาห์หน้า
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตามข้อเสนอแนะและคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าสู่การพิจารณาในภาค4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
โดยภายหลังการประชุม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมว่าส่วนที่ว่าด้วยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ มีแนวโน้มจะนำคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติที่ระบุในหมวดการสร้างความปรองดอง มารวมกัน และใช้ชื่อ ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ตามที่มีข้อเสนอให้ปรับแก้ไขจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนรายละเอียดของที่มา จำนวน รวมถึงอำนาจหน้าที่นั้น เบื้องต้นที่ประชุมได้ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ละคนไปพิจารณาในรูปแบบที่เหมาะสม ที่มีประมาณ 2-3 รูปแบบ เช่น ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป แล้วให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ หรือ ให้กรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ พิจารณาตั้งกรรมการเพื่อดูแลการปฏิรูปในแต่ละด้านเป็นต้น ส่วนอำนาจหน้าที่ของกรรมการยุทธศาสตร์ฯ หรือ คณะกรรมการปรองดองที่กำหนดไว้เดิม จะพิจารณาเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะรวมกับอำนาจที่เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคลหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในอนาคต สำหรับประเด็นที่ว่าด้วยองค์กรปฏิรูปฯ ที่ประชุมจะนำประเด็นดังกล่าวกลับมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน อีกครั้งในสัปดาห์หน้าทั้งนี้ในการพิจารณากรรมการยุทธศาสตร์ฯ ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ คณะรัฐมนตรี ดำเนินการแต่งตั้งก่อนหน้านี้
พล.อ.เลิศรัตน์ แถลงด้วยว่า ในบทบัญญัติส่วนว่าด้วยการปฏิรูปด้านต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวน 15 มาตรา ที่ประชุมได้ตัดให้เหลือจำนวน 4 มาตรา ซึ่งเป็นการเขียนหัวข้อและแนวทางการปฏิรูป 10 ด้าน ได้แก่ กระบวนการยุติธรรม, การบริหารราชการแผ่นดิน, การป้องกันและปราบปรามการทุจริต, การศึกษา, การสาธารณสุข, สังคมและวัฒนธรรม, เศรษฐกิจ, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การผังเมือง, การพลังงาน และ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนบทบัญญัติจะเขียนรายละเอียดเช่นไรนั้น เบื้องต้นต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง เพราะกรณีที่นำรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามที่สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) เสนอไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการปฏิรูปนั้น การเขียนรายละเอียดต้องนำไปให้ตัวแทนสปช.ที่ร่วมเป็นอนุ ทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปฏิรูปได้พิจารณาด้วย เบื้องต้นได้ตั้งเป้าว่าการทำร่างพ.ร.บ ว่าด้วยการปฏิรูป จะนำเสนอให้สปช. พิจารณาพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย
พล.อ.เลิศรัตน์ แถลงต่อว่า ในบทสุดท้ายว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมได้ปรับบทบัญญัติในมาตรา 303 ว่าด้วยการประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ เมื่อรัฐธรรมนูญบังคับใช้ครบ5ปี ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาผู้แทนราษฎร, วุฒิสภา, คณะรัฐมนตรี (ครม.), ศาลฏีกา, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลปกครองสูงสุด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ฝ่ายละ 1 คน เพื่อทำหน้าที่คณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้คณะดังกล่าว มีเวลาทำงาน6 เดือน และเมื่อทำงานแล้วเสร็จให้ส่งรายงานการประเมินไปยังรัฐสภาและ ครม. พิจารณา ทั้งนี้ในประเด็นดังกล่าวไม่ได้กำหนดสภาพบังคับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับแก้รัฐธรรมนูญ ขณะ้ที่มาตราอื่นๆ ในส่วนนี้ไม่ได้ปรับแก้ไขแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการพิจารณาปรับบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในเบื้องต้นมียอดรวมมาตราทั้งสิ้น 303 มาตรา จากร่างรัฐธรรมนูญเดิมมีจำนวน 315 มาตรา





