สวนสัตว์เชียงใหม่รอลุ้นข่าวดีผสมเทียมหลินฮุ่ย เตรียมอัลตร้าซาวด์ว21ส.ค.นี้ เพื่อเช็คการขยายตัวของมดลูก พร้อมเช็คสัญญาณชีพตัวอ่อนว่ามีหรือไม่
สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงผสมเทียมหลินฮุ่ย คาดอาจมีข่าวดี เตรียมอัลตร้าซาวด์วันที่ 21 ส.ค.นี้ เพื่อเช็คการขยายตัวของมดลูก พร้อมเช็คสัญญาณชีพตัวอ่อนว่ามีหรือไม่ ช่วงนี้พยายามลดความเครียดให้หลินฮุ่ย พร้อมติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ห้องประชุมอาคารสโมสรแพนด้า ภายในสวนสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดให้มีการแถลงข่างความคืบหน้าในการตรวจสุขภาพและผสมเทียมแพนด้ายักษ์ ประจำปี 2558 โดยมี นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ และ น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมแถลงความคืบหน้าของการผสมเทียมให้กับหลินฮุ่ย
นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้รับรายงานให้ทราบว่า แพนด้าหลินฮุ่ย ซึ่งปัจจุบันอายุ 13 ปี 10 เดือน มีน้ำหนัก 122.5 กิโลกรัม ได้แสดงพฤติกรรมการเป็นสัดตามธรรมชาติ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2558 ซึ่งพฤติกรรมการเป็นสัดของหลินฮุ่ยยังไม่ชัดเจน แต่สามารถสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของหลินฮุ่ย พบว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเดินกระวนกระวาย มีการป้ายกลิ่นด้วยปัสสาวะ ส่งเสียงร้อง และเสียงที่พบได้ในช่งฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น
ทางคณะทำงานโครงการวิจัยฯ ได้ทำการตรวจระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน จากปัสสาวะของหลินฮุ่ย เพื่อทำการติดตามการเปลี่ยนแปลงมาโดยลำดับ และพบว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของรังไข่และทำให้เกิดพฤติกรรมการเป็นสัดเริ่มเพิ่มสูงขึ้น พบว่ามีความเข้มข้นสูงสุดในเช้าของวันที่ 21 มิถุนายน 2558 ทั้งนี้ คณะทำงานโครงการวิจัยฯ ได้เก็บตัวอย่างจากปัสสาวะของหลินฮุ่ย เพื่อยืนยันระยะความพร้อมของการผสมพันธุ์ ซึ่งสอดคล้องกับทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและพฤติกรรม และลงความเห็นว่า หลินฮุ่ยเป็นสัตว์ตามธรรมชาติและน่าจะมีการตกไข่ในวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา
คณะทำงานโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ติดต่อสอบถามและร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินการผสมพันธุ์แพนด้ายักษ์ กับน.สพ.ดร.ถัง ชุนเซียง ผู้เชี่ยวชาญจากจีน โดย ดร.ถัง ชุนเซียง ได้แนะนำให้คณะทำงานฯ ให้โอกาส ช่วง ช่วง และ หลินฮุ่ย ได้พบกันและสังเกตพฤติกรรมของแพนด้าทั้งสองเป็นระยะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ช่วง ช่วง ได้เรียนรู้พฤติกรรมของหลินฮุ่ยในช่วงเป็นสัด และเพื่อสังเกตว่า ช่วง ช่วง มีปฏิกิริยาอย่างไร มีความสนใจในหลินฮุ่ยหรือไม่ อีกทั้งเป็นการทดสอบว่าหลินฮุ่ยมีความพร้อมในการผสมพันธุ์เพียงใด
ในวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่าหลินฮุ่ยยังมีอาการปฏิเสธ ช่วง ช่วง บ้าง โดยส่งเสียงขู่ แต่ในช่วงบ่ายมีการยอมรับ ช่วง ช่วง มากขึ้น แต่การผสมพันธุ์ไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยทีมวิจัยฮอร์โมนแพนด้าได้สรุปผลฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน คาดว่าหลินฮุ่ยน่าจะมีการตกไข่ในเช้าวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งตรงกับคำแนะนำของ ดร.เจนนี่ บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนจากสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา แนะนำให้ทำการผสมเทียมทันทีหลังพบการตกไข่ประมาณ 20 ชั่วโมง หากนับจากพบระดับเอสโตรเจนสูงสุด จากเหตุผลดังกล่าว คณะทำงานจึงได้ตัดสินใจที่จะทำการผสมเทียมในช่วงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเริ่มทำการวางยาสลบเก็บน้ำเชื้อ ช่วง ช่วง ได้น้ำเชื้อสดคุณภาพดี และทำการผสมเทียมให้กับหลินฮุ่ย โดยใช้น้ำเชื้อสดที่เก็บได้ในวันนั้น พร้อมทำการตรวจสุขภาพของแพนด้า พบว่า แพนด้าทั้ง 2 ตัวมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ดี
การดำเนินงานในช่วงกลางคืน สิ้นสุดกระบวนการในเวลา 02.00 น. ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการผสมพันธุ์แพนด้ายักษ์ และเป็นไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ การวางยาสลบและการฟื้นของ ช่วง ช่วง และ หลินฮุ่ย ได้รับการดูแลจากทีมสัตวแพทย์และทีมพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์
สำหรับแพนด้าทั้ง 2 ตัวนี้ได้รับการยืนยันจากทางรัฐบาลจีนแล้วว่า จะให้อยู่ต่ออีก 10 ปี โดยทางทีมงานจะทำหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี โดยจะทำการจัดทำโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรม และนำต้นไม้สำหรับการฝึกปีนป่าย เพื่อให้แพนด้าได้ออกกำลังกายมาเสริมในส่วนจัดแสดง นอกจากนั้นยังได้เตรียมแผนจัดการพื้นที่หากหลินฮุ่ย มีน้องให้กับหลินปิงในปีนี้
ด้านน.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดูแลหลินฮุ่ยอย่างใกล้ชิด เนื่องในช่วงระยะเวลา 60 วัน หลังจากทำการผสมเทียม มีโอกาสที่แพนด้าจะเกิดการท้องเทียม หรือแท้งได้ โดยต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด มีการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจเช็คทุกวัน และจะเริ่มดำเนินการอัลตร้าซาวด์ เพื่อตรวจเช็คมดลูกว่ามีการขยายใหญ่ขึ้นหรือไม่ พร้อมตรวจเช็คสัญญาณชีพของตัวอ่อนว่ามีหรือไม่ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม แต่อย่างไรก็ตาม แพนด้ามีโครงการภายในที่ซับซ้อน การตรวจหาอาจทำได้ยาก อย่างไรก็ตามในช่วงนี้พยายามลดความเครียดให้หลินฮุ่ย ให้ได้มาที่สุด สำหรับหลินปิงที่อยู่ในจีน ได้รับการผสมพันธุ์ไปแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเข้าโปรแกรมการตรวจการตั้งท้อง ว่าจะมีโอกาสในการตั้งท้องหรือไม่





