“พล.อ.ไพบูลย์” จ่อเสนอครม.สั่งการพม.-มหาดไทย จัดทำฐานข้อมูลเยาวชนนอกสถานศึกษา หลังพบเด็กแว้น 70%ไม่เรียนหนังสือ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนาราษฎร์-รัฐร่วมใจแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคสังคมโดยพล.อ.ไพบูลย์ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดทำฐานข้อมูลเยาวชน ที่ไม่เคยมีในระบบราชการยอมรับว่าเป็นเรื่องยากแต่ถ้าไม่ทำก็แก้ปัญหาเยาวชนไม่ได้ สำหรับ ผู้ปกครองที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมซื้อรถยนต์หรือจักรยานยนต์ให้ลูก พ่อแม่ก็คงต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำบ้าง ส่วนเรื่องโซนนิ่งสถานบริการ 300-500 เมตร จากสถานศึกษาเป็นเรื่องยาก เพราะอาจเป็นการห้ามการประกอบอาชีพ แต่ย้ำชัดเจนไม่ให้เปิดบริการเกินเวลา เสียงดังรบกวน จำหน่ายแอลกฮอล์ให้เยาวชน หรือปล่อยปะให้เยาวชนเข้ามามั่วสุมเสพยาภายในสถานบริการ หากฝ่าฝืนจะถูกสั่งปิดและถอนใบอนุญาตทันที
พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดการเสวนาว่า ขณะนี้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็น3กลุ่มเป้าหมาย เพื่อความสะดวกในการแก้ไขได้ตรงจุด ประกอบด้วย กลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงต้องพัฒนาให้มีความประพฤติดีขึ้นกลุ่มเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมและกลุ่มเด็กและเยาวชนภายหลังปล่อยต้องพึ่งพาตนเอง เป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวและไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำทั้งนี้ จากการสำรวจเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจฯจะพบว่าเด็กที่กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อยู่นอกสถานศึกษาคือไม่ได้เรียนหนังสือคิดเป็นร้อยละ 70 ดังนั้น จึงเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) สั่งการให้พม.และมหาดไทยจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนในกลุ่มนอกสถานศึกษาเพื่อป้องกันปัญหาเด็กกลุ่มดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ (เด็กแว้น) หรือการกระทำผิดอื่นซึ่งจะครอบคลุมถึงการจัดทำฐานข้อมูลเด็กต่างด้าวโดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มดังกล่าวแต่ก็ต้องเริ่มเก็บข้อมูลว่าเป็นใคร อาศัยอยู่ที่ใดบ้างเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคม
“กระบวนการสำคัญหลังจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา คือพม.และมหาดไทยต้องหารือเพื่อหาแนวทางในการเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยงว่าจะใช้ระบบใดในการควบคุม”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว




