นักสันติวิธีไม่เห็นด้วย นำ“ยิ่งลักษณ์-อภิสิทธิ์” เผชิญหน้าในรายการ ชี้เดินหน้าปฏิรูปต้องมีรูปแบบชัดเจน 3 เรื่องหลัก
จากที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป เตรียมเชิญแกนนำพรรคการเมืองมาออกรายการ“เดินหน้าปฎิรูป”โดยจะถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 11 เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มได้แสดงความคิดเห็น และข้อมูลจากการพูดคุยจะเป็นประโยชน์ในการนำไปสู่การวางแนวทางปฎิรูปประเทศได้ เพราะหลายฝ่ายมีความรู้และประสบการณ์ในอดีต ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน โดยรายการเดินหน้าปฏิรูปจะเริ่มออกอากาศในวันที่ 13 ก.ค. นี้นั้น
ศ.นพ. วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการความขัดแย้ง โรงเรียนพัฒนาผู้นำและสร้างสันติธรรม กล่าวว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะทางรัฐบาลจะมีรายการ เดินหน้าปฎิรูปโดยจะเริ่มวันแรกในวันที่ 13 ก.ค. 58 โดยทางรัฐบาลได้เชิญอดีตนายกรัฐมนตรีมาร่วมในรายการ 2 คน คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น จากการติดตามข่าวยังไม่มีรายละเอียดรูปแบบของรายการที่ชัดเจน
สำหรับรายการเดินหน้าปฏิรูปที่ทาง คสช.จะจัดถือเป็นรายการที่ดี แต่ยังมีข้อกังวลถึงรายการนี้ เนื่องจากผู้ร่วมรายการที่ทาง คสช.เชิญมานั้นอยู่ในฝั่งตรงข้ามกัน รูปแบบการดำเนินรายการจึงต้องมีรูปแบบความชัดเจน 3 เรื่องหลัก คือมีกติกา ความชัดเจนในการนำเสนอที่ไม่กระทบกับทั้งสองฝ่าย หรือกระทบกับผู้ที่มีความคิดเห็นต่างกัน มีผู้ที่ดำเนินงานที่เข้าใจกระบวนการที่จะร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ คำถามไม่ท้าทายจนทำให้เกิดปัญหาตามมา ผู้ร่วมรายกาต้องมีความเข้าใจร่วมกันว่า การร่วมรายการเพื่อช่วยกันหาทางออกให้ประเทศชาติ ไม่มีตำหนิหรือพูดเพื่อหาคะแนนเสียง เพราะหากไม่มีความเข้าใจร่วมกัน เวทีที่ต้องการเห็นความสมานฉันท์จะกลายเป็นเวทีที่ขยายความขัดแย้งมากกว่า
“การจัดรายการที่มุ่งสู่ความสมานฉันท์จะต้องดำเนินการแบบรัดกุม คำถามชัดเจน ทุกคนต้องมีเป้าหมายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในความเห็นต่าง มีความเห็นว่ารายการนี้ไม่ควรเป็นรายการสด เพราะหากทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกันจะกลายเป็นการดีเบต ที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ผู้ดำเนินรายการต้องมีความเข้าใจกระบวนการที่จะหาทางออก คำถามต้องไม่ท้าทาย ที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ก่อนที่จะออกรายการทั้งคู่ต้องเข้าใจว่า มาช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ต้องไม่มีตำหนิกันหรือพูดเพื่อหาคะแนนเสียง เพราะหากไม่มีความชัดเจนแทนที่จะเป็นเวทีของการแก้ปัญหา แต่จะกลายเป็นเวทีที่สร้างความขัดแย้งมากขึ้น”ศ.นพ. วันชัย กล่าว





