วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปสำนวนคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายไม่ชอบ พบพิรุธ5ประเด็น

"ดีเอสไอ" สรุปสำนวนคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายไม่ชอบ พบพิรุธ 5 ประเด็น ซื้อแพง 4-5 เท่า ล็อคสเป็คซื้อวิธีพิเศษ ส่งป.ป.ช.ไต่สวน

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เปิดเผยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กรณีจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องนันทนาการและออกกำลังกายกลางแจ้งของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างปี 2555-2557 รวม 12 สัญญา วงเงินกว่า 714 ล้านบาท ว่า ผลการตรวจสบพบการจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใสหลายประเด็น โดยจากการสุ่มตรวจสอบสัญญาจัดซื้อที่ 5/2557 ระหว่างกรมการท่องเที่ยวกับบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา จำนวน 12 รายการ 77 เครื่อง เพื่อติดตั้งใน จ. นครสวรรค์ กำแพงเพชร ลำปาง เพชรบูรณ์ ตรัง และกระบี่ พบความผิดปกติรวม 5 ประเด็น ประกอบด้วย 1.จัดซื้อไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ และไม่มีการสำรวจความต้องการจากชุมชน ทำให้ครุภัณฑ์ที่จัดส่งไม่เหมาะสมกับพื้นที่ และไม่ตรงเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาแห่งท่องเที่ยวชุมชน แต่กลับนำครุภัณฑ์ไปติดตั้งในพื้นที่โรงเรียน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ องค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล

 

รองอธิบดีดีเอสไอ. ระบุด้วยว่า ประเด็นที่ 2. ครุภัณฑ์มีราคาแพงเกินจริง มีหลักฐานจากใบขนส่งสินค้านำเข้าของกรมศุลกากรพบว่าบริษัทคู่สัญญานำเข้าครุภัณฑ์จากประเทศเกาหลีใต้ซึ่งสำแดงราคาต่ำกว่าที่นำมาขายให้กับกรมการท่องเที่ยวประมาณ 4-5 เท่า 3. การจัดซื้อทำโดยวิธีพิเศษอ้างเหตุจำเป็นเร่ง 4. ในส่วนเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในการกำหนดราคากลางทำการกำหนดราคาแพงขึ้นจากสัญญาเดิมทั้งที่มีช่วงเวลาห่างกันไม่มาก โดยไม่สามารถแสดงหลักฐานอ้างอิงประกอบการตั้งราคา จึงเชื่อว่าเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยวมีเจตนาละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ และแนวทางการเปิดเผยราคากลางและการคำนวณการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ซึ่งการกำหนดวงเงินสูงกว่าความเป็นจริงเป็นเหตุให้รัฐสูญงบโดยไม่จำเป็น และ 5. การกำหนดคุณลักษณะครุภัณฑ์เข้าข่ายกีดกันผู้ผลิตและผู้ขายในประเทศ โดยออกแบบเงื่อนไขเอื้อประโยชน์ให้บริษัทคู่สัญญาได้เปรียบในการเสนอราคา โดยมีหลักฐานว่ามีการจ้างบุคคลอื่นมาแสดงเป็นคู่เทียบยื่นซองเสนอราคาด้วย

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า จากพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยวระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไปและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจ้างทั้งหมดเข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล) ด้วยการทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาเพื่อช่วยเหลือผู้เสนอราคารายใดให้มีสิทธิเข้าทำสัญญาโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้น ดีเอสไอจะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนความผิดทางอาญาต่อไป พร้อมกันนี้ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่ปทุมธานี 2 เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีนิติบุคคลของบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา ด้วย