ก.ตร.เสียงเป็นเอกฉันท์ให้กลับมติ ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง ตร.เยียวยาย้อนหลัง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) วันที่ 6 กรกฏาคม มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)ครั้งที่10/2558 โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ในฐานะรองประธานก.ตร. ทำหน้าที่ประธาน แทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานก.ตร.ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อก.ตร.เข้าประชุมพร้อมเพรียงและกำลังจะเริ่มการประชุมปรากฎว่า พล.ต.ท.วิชาญ ทองประชาญ ผู้บัญชาการสำนักวานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ในฐานะเลขานุการก.ตร.ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทำให้ก.ตร.หลายคน ทักท้วงว่าการประชุมโดยไม่มีเลขานุการก.ตร.อาจถูกฟ้องร้องภายหลัง โดยผู้แทนได้ชี้แจงว่า พล.ต.ท.วิชาญ ชี้ว่า ตนเองถูกพล.ต.ท.ศรีวราห์ ฟ้องอาญาสืบเนื่องจากการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2558 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมีสภาพร้ายแรง ถือว่ามีส่วนได้เสีย ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง จึงไม่ขอร่วมประชุม
แต่ต่อมาก.ตร.ได้พิจารณาให้พล.ต.ท.วิชาญ ร่วมประชุม โดยระหว่างประชุม มีการเชิญ พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ ออกจากห้องประชุมประมาณ 5 นาที จากนั้นมีการเชิญพล.ต.อ.พงศพัศ และพล.ต.อ.เอก ออกจากห้องประชุม 2ครั้ง ครั้งละเพียง3-5นาทีเท่านั้น และในช่วงท้ายการประชุมมีการเชิญ พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี เข้าชี้แจงต่อก.ตร.ประมาณ 5 นาที ก่อนที่ก.ตร.จะยุติการประชุมโดยใช้เวลาประชุม1ชั่วโมง 10 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมก.ตร.ครั้งนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้มารอชี้แจงต่อก.ตร.ด้วย แต่ไม่ได้เข้าชี้แจงแต่อย่างใด พล.ต.อ.สมยศ กล่าวภายหลังประชุมว่าที่ประชุมในวันนี้ เห็นพ้องกันว่า การประชุมครั้งที่ 8/2558 ไม่ถูกต้องไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับจริง จึงต้องมีพิจารณาใหม่ว่า ก.ตร. จะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองหรือไม่ ซึ่งจากการลงคะแนนแบบลับอีกครั้ง มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 เสียง ให้ถอนอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง โดยจากนี้ จะทำหนังสือถึงอัยการขอถอนอุทธรณ์ดังกล่าว ส่วนการเยียวยา พล.ต.ท.ศรีวราห์ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะทันการแต่งตั้งวาระประจำปีนี้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามระเบียบข้อกฎหมายอีกครั้ง
พล.ต.อ.สมยศ ยังได้กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าการร้องเรียนของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ เป็นการรักษาสิทธิของตนเอง ที่มีการร้องเรียนไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่การแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยไม่รู้สึกเสียหน้า เพราะมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง แต่ต้องยอมรับว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ เก่งข้อกฎหมายเป็นอย่างดี
มีรายงาน แจ้งว่าในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการเข้าประชุม 6 ท่านประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประธานฯพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เป็นกรรมการ ส่วนพล.ต.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน นายทินนกร กาญจนจิตรา เลขาฯ ก.พ.ไม่เข้าประชุม
รายงานข่าวระบุอีกว่า ขั้นตอนการเยียวยาของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ต่อจากนี้นั้น ทางก.ตร.ก็จะต้องจะต้องรับรองมติแล้วทำหนังสือยกขอยกเลิกมติเดิมต่อสำนักงานอัยการ แล้วทางก.ตร. ประมวลเรื่องการเยียวยาต่อส่ง ตร.(ผบ.ตร.)ทาง ตร. ก็ส่งเรื่องให้ทางสำนักงานกำลังพล เพื่อพิจารณาทำการประมวลเรื่องตั้งแต่ปี 2553ให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์เป็น ผบช.ภ.1 เมื่อวันที่1 ตุลาคม 2553 แก้ใขประวัติการรับราชการเรื่องยศขั้นเงินเดือนจัดอันดับอวุโสใหม่ย้อนหลังแล้วไล่เรียงลำดับอวุโส แล้วจะได้เลื่อนขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในวาระการแต่งตั้งประจำปี วันที่ 1 ตุลาคม ปี 2556 จนถึงวาระการแต่งตั้งประจำปี วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ก็เลื่อนขึ้นเป็นยศ พล.ต.อ. ตำแหน่งที่ปรึกษา สบ 10 โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 ว่าด้วยการแต่งตั้งระดับ ผบช.นั้นให้เสนอแต่งตั้งเลื่อนขึ้นเรียงตามลำดับอวุโสและแนวทางที่ ตร.ได้เคยการเยียวยา กรณีของ พล.ต.อ.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ อดีต รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร.แล้วเมื่อถึงวาระการแต่งตั้งประจำปีวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่จะถึง พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็จะได้เลื่อนมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หลักต่อไป
ทั้งนี้จะการกำหนดตำแหน่งย้อนการเยียวยาย้อนหลัง ต้องขอความเห็นชอบต่อ ก.ต.ช.ก่อน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง มาตรา 45 ในส่วนราชการต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจจำนวนเท่าใดและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด และจะให้มียศหรือไม่และถ้าให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงการตัดโอนจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มอีกส่วนราชการหนึ่งให้เป็นไปตามที่ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงานรวมทั้งความมีประสิทธิภาพและการประหยัด การกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้บังคับการพนักงานสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปในส่วนราชการต่างๆต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ก่อน
ทั้งนี้จะการกำหนดตำแหน่งย้อนการเยียวยาย้อนหลัง ต้องขอความเห็นชอบต่อ ก.ต.ช.ก่อน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง มาตรา 45 ในส่วนราชการต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจจำนวนเท่าใดและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด และจะให้มียศหรือไม่และถ้าให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงการตัดโอนจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มอีกส่วนราชการหนึ่งให้เป็นไปตามที่ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงานรวมทั้งความมีประสิทธิภาพและการประหยัด การกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้บังคับการพนักงานสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปในส่วนราชการต่างๆต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ก่อน





