"ชูชีพ หาญสวัสดิ์ - วิทยา เทียนทอง"ขึ้นศาลฎีกานักการเมืองปฏิเสธสู้คดีฮั้วประมูลปุ๋ยปลอม 1.31 แสนตัน ศาลนัดตรวจหลักฐานบ่าย 8 ต.ค.นี้
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 6 ก.ค.58 เวลา 09.30 น. นายปริญญา ดีผดุง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.27/2558 ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายวิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 17 กรณีเมื่อวันที่ 17 ก.พ.44 – 20 ก.ย.45 พวกจำเลยได้ร่วมกันทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยวันนี้นายชูชีพ และนายวิทยาได้เดินทางมาแสดงตัวต่อศาล เพื่อสอบคำให้การจำเลย หลังจากที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดยศาลสรุปคำฟ้องโจทก์ ให้จำเลยฟังว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.44 - 20 ก.ย.45 นายชูชีพจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นรมว.เกษตรฯ และนายวิทยาจำเลยที่ 2 เป็นเลขานุการ รมว.เกษตรฯ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีเสนอให้มีการจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยจำเลยทั้งสอง มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอโครงการจัดซื้อปุ๋ย และได้กระทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และกระทำการส่อไปในทางทุจริต ในการร่วมกันกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) เป็นผู้ประมูลได้เพียงรายเดียว
โดย ป.ป.ช.เคยมีหนังสือท้วงติงจำเลยที่ 1 ถึงการกระทำดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 กลับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบ และยังดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ได้เขียนบันทึกท้ายโครงการดังกล่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ป.ป.ช.รับทราบเรียบร้อยแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1-2 ได้รับหนังสือทักท้วงจากหลายหน่วยงาน แต่กลับมีเจตนาประวิงเวลา ไม่ตรวจสอบ และภายหลังการทำสัญญา ชสท.นำปุ๋ยที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและไม่ได้มาตรฐานไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ทำให้เกิดการเสียหาย
จากนั้น ศาลสอบคำให้จำเลยทั้งสองแล้ว นายชูชีพ และนายวิทยา จำเลยที่ 1-2 ให้การปฏิเสธ โดยจำเลยทั้งสองขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างละเอียดอีกครั้งวันที่ 28 ส.ค.นี้
ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสอง ยื่นคำให้การภายในวันที่ 28 ส.ค.และนัดตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายในวันที่ 8 ต.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลสอบคำให้การเสร็จ นายชูชีพและนายวิทยา จำเลยได้หลบเลี่ยงสื่อมวลชน โดยให้รถตู้ขึ้นไปรับบริเวณประตูทางออกชั้น 2
สำหรับคดีนี้ อัยการสูงสุดยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 58 ซึ่งศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนายชูชีพ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ส่วนนายวิทยา ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝาก เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งองค์คณะฯพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 17 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คดีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลเมื่อวันที่ 12 ก.ค.55 โดยชี้มูลความผิดนักการเมือง 2 ราย และยังชี้มูลความผิดวินัยและอาญาข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ บริษัทเอกชน และผู้บริหาร ชสท.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลด้วย โดยการทุจริตฮั้วประมูลปุ๋ยอินทรีย์ปลอม 1.31 แสนตันดังกล่าว วงเงิน 367 ล้านบาท ที่นำไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ปี 2545 ของกรมส่งเสริมการเกษตร


