กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาชน ร่วมออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ปล่อยนักศึกษาและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน
กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาชน ร่วมออกแถลงการณ์ การละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิพลเมืองการจับกุม คุมขัง ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความปรองดอง เรียกร้องให้ปล่อยนักศึกษาและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร
แถลงการณ์ระบุว่าตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารนอกเครื่องแบบ เข้าจับกุมนักศึกษา นักกิจกรรมทางสังคม ในนามกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 3/2558 มีโทษจำคุก 6 เดือน มีการส่งดำเนินคดีโดยศาลทหาร และส่งเข้าเรือนจำราวกับเป็นอาชญากรนั้นในฐานะนักกิจกรรมทางสังคมมีความเห็นว่า การเรียกร้องของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อันพึงได้รับความคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การจับกุมและดำเนินคดีกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้ตอกย้ำถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ จนน่ากังวลว่าการแสวงหาหนทางไปสู่ความปรองดองและวางรากฐานประชาธิปไตยในประเทศไทย จะไม่อาจเป็นไปได้
ในฐานะอดีตนักกิจกรรมนักศีกษา ต่างมีพื้นที่และบทบาททางสังคมที่หลากหลาย เคารพในความเห็นทางการเมืองที่เป็นอิสระนั้นขอสนับสนุนเจตจำนงเสรีของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อันพึงเกิดขึ้นในสังคมไทย คือประชาธิปไตยสิทธิเสรีภาพเสมอภาค ความยุติธรรมทางสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน หลักสันติวิธี การแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องปราศจากการใช้ความรุนแรง
อย่างไรก็ตามชื่นชมการแสดงออกของนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้ง 14 คน ที่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนต่อปัญหาทางสังคม หวงแหนในสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นแบบอย่างของนักศึกษาและเยาวชน ที่ตระหนักถึงภาษีอากรของประชาชน และได้กระตุ้นเตือนให้เห็นว่า โอกาสการแสดงออกของประชาชนภายใต้ระบอบเผด็จการต่างจากระบอบประชาธิปไตยอย่างไร อย่างไรก็ตามยังกังวลในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 และการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินไปภายใต้คำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง การใช้อำนาจโดยปราศจากความรับผิดในมาตรา 44 การอนุมัติโครงการเมกะโปรเจคท์ คำสั่ง คสช. 64/2557 ที่ทำให้เกิดการอพยพและจับกุมประชาชนในที่ดินทำกิน การอนุมัติเหมืองแร่ทองคำ การไม่ปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นการใช้อำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบ และเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่มีการจับกุม คุกคามผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจาก คสช. การใช้อำนาจดังกล่าวจะส่งผลให้ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมในที่สุด
ทั้งนี้ต้องการประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ได้แสดงออกอย่างสันติ ได้ปกป้องสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น เรายอมรับว่าเราต่างอยู่ในขั้วความขัดแย้งทางการเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้กระตุ้นความทรงจำและเจตจำนงค์ให้พวกเราก้าวข้ามความขัดแย้งและหันมาสนับสนุนภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่พวกเขาน้อมแบกรับ แน่นอนว่า เรายังอาจมีความเชื่อที่ไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ภายใต้การปิดกั้นการแสดงออกเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถแสวงหาการปฏิรูปเพื่อประชาชนใดๆ ได้และขอยืนยันเจตจำนงค์ร่วมกันว่า ต้องปล่อยตัวกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยไม่มีเงื่อนไขพลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร ต้องคืนพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนโดยทันที





