ป.ป.ช.มีมติแจ้งความเอาผิดข้าราชการระดับสูงของสำนักงานประถมศึกษาอุดรฯ เขต 3 พบหลักฐานเรียกรับเงินหลักล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติให้นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ ผอ.ป.ป.ช.จังหวัดอุดรธานี เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ให้ดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูง ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุดรธานี เขต 3 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 กรณีเรียกรับเงินจากนางสัมพันธ์ ต้นกันยา และนายสุรพล สุขประเสริฐ ผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยข้าราชการระดับสูงรายนี้ อ้างว่า สามารถนำเงินไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ยุติเรื่องการไต่สวนนางสัมพันธ์ และนายสุรพล ได้
นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช.อุดรธานี ได้เข้าไปสอบปากคำนางสัมพันธ์และนายสุรพลแล้ว ทั้งในเรื่องของการโอนเงิน วันที่โอนเงิน จำนวนครั้งในการโอนเงิน ซึ่งนางสัมพันธ์ได้บันทึกไว้ทุกครั้งที่มีการโอนเงินให้ข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าว โดยยอดเงินทั้งหมดที่ถูกเรียกรับมีมูลค่าร่วมล้านบาท ซึ่งนางสัมพันธ์ได้จ่ายไปแล้วบางส่วน โดยหลังจากสอบปากคำนางสัมพันธ์แล้ว ป.ป.ช.อุดรธานี
จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 ฐานเป็นตัวกลางในการเรียกรับเงิน ซึ่งโทษสูงสุดคือระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้คดีดังกล่าวไม่ใช่คดีผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นคดีในทางอาญา และ ป.ป.ช.อุดรธานี จะแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดข้าราชการดังกล่าวให้สอบทางวินัยด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าวอาจจะทำความผิดในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เพิ่งมีผู้เสียหายมาร้องต่อ ป.ป.ช.อุดรธานี
นายสุชาติ กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนในจังหวัดอุดรธานี ว่า มีกว่า 175 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง จากนั้นจะดำเนินการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ส่วนกลาง เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยเรื่องร้องเรียนดังกล่าว มีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ข้าราชการระดับล่างไปจนถึงผู้บริหารท้องถิ่นระดับสูง รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นด้วย ส่วนโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในโรงเรียนนั้น มีการร้องเรียนเข้ามาเช่นเดียวกัน แต่อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
แต่เบื้องต้นยังไม่พบกรณีเดียวกับจังหวัดที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เช่น จ.อำนาจเจริญ จ.มุกดาหาร และ จ.นครราชสีมา ที่มีนายปรีชา เลิศกมลมาศ เป็นประธานอนุกรรมการฯ เจอแต่เพียงกรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอลที่แพงเกินจริงมากกว่า ซึ่งป.ป.ช.อุดรธานี ก็ได้รับเรื่อง และดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า ตำรวจได้รับแจ้งความจาก ป.ป.ช.อุดรธานี และได้ลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว จากนี้จะได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เป็นผู้รับผิดชอบคดี และได้มอบนโยบายไปแล้วว่าให้ดำเนินการเร่งรัดคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ถือว่ากระทบต่อหน่วยงานราชการ และกระบวนการยุติธรรม โดยหลังจากนี้จะเชิญผู้แจ้งความดำเนินคดี และผู้ถูกแจ้งความมาให้ปากคำโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากหลักฐานเอกสารเบื้องต้นก็เพียงพอแล้ว





