"สุรพงษ์-พล.อ.อ.สุกำพล"ปัดรับทราบข้อกล่าวหากรณีจ่ายเงินเยียวยา อ้าง"ภักดี" ขาดคุณสมบัตินั่งอนุฯไต่สวนฯ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุขสันต์ ประสาระเอ เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตชำนาญการพิเศษ (ป.ป.ช.) กรณีคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ 442/2556 ซึ่งเป็นคำสั่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยท้ายหนังสือดังกล่าวลงลายมือชื่อนายสุรพงษ์ พร้อมด้วย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า กรณีคณะอนุกรรมการไต่สวนฯแจ้งข้อกล่าวหา และให้ตนและ พล.อ.อ.สุกำพล เข้ารับข้อกล่าวหานั้น ปรากฏว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนฯชุดดังกล่าวตั้งขึ้นโดยอาศัยคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ 442/2556 อีกทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีบุคคลที่ไม่ใช่กรรมการป.ป.ช.รวมอยู่ด้วย 1 คน คือ นายภักดี โพธิศิริ เนื่องจากเมื่อนายภักดีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีข้อกำหนดให้ลาออกจากกรรมการบริษัทที่มุ่งแสวงหากำไรภายใน 15 วัน แต่จากหลักฐานการจดทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กลับปรากฏว่าวันที่นายภักดีลาออกจากบริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด เกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตรา 1153/1 ระบุว่า กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท โดยการลาออกจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ใบลาออกถึงบริษัท ดังนั้นจึงเท่ากับว่านายภักดีไม่ใช่กรรมการ ป.ป.ช.มาตั้งแต่ต้น
"ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเรายินดีที่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมกับป.ป.ช. แต่ต้องมีกรรมการ ป.ป.ช.ที่ชอบด้วยกฎหมายทุกคน การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคนที่ไม่ใช่กรรมการรวมอยู่ด้วยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯส่งหนังสือให้ผมและรัฐมนตรีอื่น ๆ รวม 34 ราย ให้มารับทราบข้อกล่าวหา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอปฏิเสธการรับทราบข้อกล่าวหาจากมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไม่ชอบนี้ ผมและพล.อ.อ.สุกำพล ขอปฏิเสธที่จะไม่มารับทราบข้อกล่าวหา จนกว่าทางประธานกรรมการป.ป.ช.จะต้องได้ข้อสรุปก่อนว่าคณะกรรมการป.ป.ช. ชุดดังกล่าวนั้นดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและพิสูจน์ให้คนทั่วไปได้รับรู้ด้วย” นายสุรพงษ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นกรณีเดียวกันกับวุฒิสภาเคยมีมติไม่ถอดถอนนายภักดีไปแล้วหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน เพราะเป็นคนละบริษัท ซึ่งกรณีที่วุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนคือกรณีของบริษัท ไทยวัฒนา ฟาร์มาซูติคัล เด็กซ์โทรส จำกัด แต่กรณีที่ตนยื่นเป็นอีกบริษัทหนึ่ง





