ผอ.การท่าสุวรรณวรรณภูมิแถลงยัน"พล.ต.ท.คำรณวิทย์"ไม่พบว่ามีวัตถุที่เป็นอันตรายต่อท่าอากาศยาน ผ่านออกไปยังต่างประเทศ ยันเครื่องตรวจได้มาตรฐาน
สมุทรปราการ - เมื่อเวลา15.00น.วันที่25มิถุนายน2558นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผ.อ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมด้วยนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง2(บก.ตม.2)และบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) ได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย กรณีพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้ ได้ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินTG640ในเวลา23.50น. จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ ถือขึ้นเครื่องบิน และการตรวจร่างกายตามขั้นตอนของมาตรการ การตรวจค้น เป็นอย่างดี
ณ จุดตรวจค้นสำหรับผู้โดยสารPREMIUM ของสายการบินไทย ซึ่งไม่พบว่ามีอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ ถือขึ้นเครื่องบินแต่อย่างใด สำหรับในส่วนของสัมภาระที่บรรทุกใต้ท้องเครื่องบินของพล.ต.ท. คำรณวิทย์นั้น ได้รับการตรวจค้นตามขั้นตอนของมาตรการการตรวจค้นด้วยเช่นกัน และไม่พบว่ามีวัตถุที่เป็นอันตรายต่อท่าอากาศยาน ผ่านออกไปยังต่างประเทศแต่อย่างใดเช่นกัน
สำหรับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยนั้น เป็นไปตามพรบ.การเดินอากาศ พ.ศ.2479และข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน สำหรับในส่วนการนำอาวุธปืนไปกับอากาศยานระหว่างประเทศนั้น สามารถทำได้ แต่ต้องมีการดำเนินการตามมาตรฐานและขั้นตอนที่ทอท.กำหนดและจะอนุญาตให้เฉพาะรัฐหรือหน่วยงาน องค์กรที่ภาครัฐให้การรับรอง และมีหนังสือถึงทอท.เพื่อขออนุญาตเป็นการล่วงหน้า สำหรับกรณีของพลตำรวจโทคำรณวิทย์นั้นจากการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีหนังสือขออนุญาตแต่อย่างใด
"เราใช้เครื่องตรวจ ซีทีเอ็กซ์ รุ่น9400DSTซึ่งเป็นระบบมาตรฐานโลก สามารถตรวจจับวัตถุระเบิดได้ทุกชนิด และจะเก็บข้อมูลได้เพียง3วัน จากนั้นข้อมูลใหม่ก็จะทับเข้าไปซึ่งถือเป็นมาตรฐานของเครื่อง และเป็นมาตรฐานเดียวกับสนามบินนารีตะ ส่วนเจ้าหน้าที่จะผ่านการอบรมมาแล้วอย่างน้อย6เดือน และจะมีการสับเปลี่ยนตลอดเพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้า ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละคนก็จะมีความรู้ความชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ ต่อไปคงจ่ะต้องเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ และเข้มข้นให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจคนเข้าไปในเขตหวงห้าม"
ด้านนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น ได้ชี้แจงเพิ่มว่า การนำอาวุธปืนไปกับอากาศยานนั้น สายการบินไทยมีระเบียบขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หากใครจะนำอาวุธปืนไป จะต้องแจ้งเป็นเอกสารและเหตุผล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้ปืนไว้ใต้ท้องเครื่องและแยกเก็บกระสุนปืนออกจากกัน จะไม่ให้นำขึ้นบนเครื่องทุกกรณี ซึ่งจะต้องแจ้งให้สถานีต้นทางและปลายทางรับทราบด้วย





