ภาคเช้ากมธ.ร่างรธน.พิจารณาผ่าน25มาตรา ปรับแก้เล็กน้อยตามข้อเสนอครม. ตัดถ้อยคำตามประเด็นที่ตกผลึกร่วมกัน
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม ได้เข้าสู่การพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตามที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอคำขอแก้ไข รวมถึงความเห็นของภาคส่วนต่างๆ อาทิ พรรคการเมือง, ประชาชน เป็นวันแรก สำหรับการประชุมในช่วงครึ่งวันเช้า ตั้งแต่เวลา09.0 – 12.00น. ได้พิจารณาตั้งแต่มาตรา1ถึง มาตรา25ในบททั่วไป และภาค1ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน ในหมวด1พระมหากษัตริย์เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีประเด็นที่ปรับรายละเอียด ได้แก่ มาตรา7วรรคสอง ว่าด้วยการกำหนดให้องค์กร เช่น สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลฏีกา ศาลปกครองสูงสุด หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำที่ไม่ได้กำหนดการดำเนินการไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยได้เพิ่มถ้อยคำว่า “ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” ต่อท้ายองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นชื่อองค์กรที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยการปรับถ้อยคำดังกล่าวเป็นไปตามคำขอแก้ไขของครม.
ขณะที่ มาตรา14ว่าด้วยคุณสมบัติขององคมนตรีที่ต้องไม่เป็นนักการเมือง, กรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ตุลาการศาลปกครอง, ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกพรรคกรเมือง และต้องไม่ฝักใฝ่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ปรับถ้อยคำ ได้แก่ ปรับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่ว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” ให้เป็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน , กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นที่ได้ตกผลึกร่วมกันว่าทั้ง2องค์กรดังกล่าวไม่ถูกควบรวมเข้าด้วยกันแล้ว และ ตัดคำว่า “กลุ่มการเมือง” ออก เพื่อให้สอดคล้องกับข้อสรุปของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้ตัดคำว่ากลุ่มการเมืองออกจากร่างรัฐธรรมนูญ
นอกจากนั้นในประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ได้ปรับแก้ไขทุกมาตราที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว ที่ว่า "การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรมนูญหรือกฎหมายพระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อหน้าพระรัชทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วหรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้"
ขณะที่การประชุมในช่วงบ่ายนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาในหมวด2ว่าด้วยประชาชน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวข้องเรื่องความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง, สิทธิและเสรีภาพของบุคคลและสิทธิมนุษยชน





