"พล.ต.ท.สุวิระ"เผย พร้อมส่งสำนวนคดี ยูฟัน ฉ้อโกงประชาชน ให้อธ.อัยการคดีอาญา 26 มิ.ย.นี้
พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมพนักงานสอบสวนกว่า 20 คน ได้นำสำนวนคดี บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ฉ้อโกงประชาชน หลายสิบแฟ้ม เข้าร่วมประชุมกับ นายพรศักดิ์ ศรีณรงค์อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา พร้อมคณะอัยการสำนักงานคดีอาญากว่า 10 คน เพื่อหารือข้อกฎหมายก่อนส่งสำนวนให้อัยการตามขั้นตอน โดยคดีนี้ผู้ต้องหากลุ่มแรกจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายในวันที่ 4 ก.ค.นี้
ขณะที่นายพรศักดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ในวันนี้เป็นเพียงการประชุมกับพนักงานสอบสวน ไม่ใช่ขั้นตอนการส่งสำนวนให้อัยการ
ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.สุวิระ ผช.ผบ.ตร.กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมกับอัยการ เพื่อประสานความพร้อมในการส่งสำนวนสอบสวนและพยานเอกสารหลักฐานให้อัยการ ซึ่งได้มีการกำหนดวันที่จะส่งสำนวนให้กับนายพรศักดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา วันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งตนจะเป็นผู้นำสำนวนและผู้ต้องหาส่วนหนึ่งที่ได้รับการประกันตัวไปในชั้นสอบสวนมาส่งมอบให้อัยการ
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า การประชุมเพื่อประสานความพร้อมในครั้งนี้ เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายมากกว่า 2,451 ราย มีผู้ต้องหา 164 คน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกออกหมายจับแล้ว โดยขณะนี้สามารถติดตามและจับกุมผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีได้แล้ว 30 คน ส่วนที่เหลือกว่า 130 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว โดยเอกสารหลักฐานมีจำนวนมาก 400 กว่าแฟ้ม ซึ่งประกอบด้วยสำนวนการสอบสวนของผู้ต้องหาแต่ละรายที่มีความหนาคนละ 1 แฟ้มใหญ่ และหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิด ซึ่งเรามั่นใจว่าพยานหลักฐานที่ได้มีความแน่นหน้าเพียงพอ ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรนั้นได้มีการทำหนังสือแจ้งให้นายตระกูล วินิจนัยภาคอัยการสูงสุดตามขั้นตอนแล้ว
สำหรับความผิดที่มีการสรุปไว้ในสำนวนมีทั้งสิ้น 6 ข้อหาประกอบด้วย 1.ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 5และ 12 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 - 10 ปี ปรับตั้งแต่ 500,000–1 ล้านบาท2.ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ3.ฐานดำเนินธุรกิจไม่ตรงจุดประสงค์ในการขอจดทะเบียนชักชวนคนเข้าร่วมเครือข่ายและตกลงให้ผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ตาม พ.ร.บ. ขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19 และ 46 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
4.ฐานกำหนดหน่วยลงทุนคล้ายเงินอิเลคทรอนิกส์E moneyหรือE pointโดยไม่จดแจ้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ตามประกาศ คณะปฎิวัติฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลัง พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2553 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5.ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และ 6.ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 15 ปี ปรับตั้งแต่ 80,000–300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





