"วิษณุ"เผยเป็นสัญญาณดี หลังกมธ.ยกร่างฯ ยอมปรับแก้ตามเสียงท้วงติง ระบุปมประชามตินายกฯคนนอกทำได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยอมปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ว่า ตนไม่ทราบว่าท่าทีขณะนี้ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเป็นอย่างไร เพราะจากเดิมที่จะคว่ำร่างรัฐธรมนูญ แต่ก็ได้ติดตามข่าวจากสื่อเช่นกันว่าคนนั้นคนนี้พูดอย่างไร บางคนก็พูดแรงขึ้น บางคนก็จะเบาลงดู ตนเข้าใจว่ายังจับกระแสท่าทีอะไรไม่ได้ ส่วนหนึ่งคือความชัดเจนของกมธ.ยกร่างฯ ยังไม่มากพอ เพราะเพิ่งพิจารณาปรับแก้ไขจบในหมวดสาม ซึ่งกำลังจะพิจารณาในหมวดเกือบสุดท้ายแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา ก็น่าจะทำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขออกมาให้ดูด้วย ซึ่งตนได้รับทราบอย่างไม่เป็นทางการ จึงไม่ทราบว่ากมธ.ยกร่างฯแก้ไขไปถึงไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของกมธ.ยกร่างฯ ที่ยอมถอยมองว่าเป็นผลดีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าว ต้องถือว่าดี เป็นสัญญาณที่ดี แต่ไม่อยากให้เรียกว่ากมธ.ยกร่างฯ ถอย เพราะเหมือนไปว่าเขา หรือทำให้เขาดูไม่มีจุดยืน แต่ก็เข้าใจว่าหลังจากได้รับฟังเสียงติติงจากหลายฝ่าย ก็ได้ปรับอะไรบางอย่าง แต่ข่าวออกมาสรุปสั้นๆ ว่าถอย แต่ความจริงดูให้ดีมันอาจไม่ใช่เชิงถอย เช่น การย้ายบางมาตราในหมวดถาวรไปอยู่ในบทเฉพาะกาล หรือการยอมผ่อนให้ในบางมาตราแต่มีแก้ไขเล็กน้อย เช่นที่ตนทราบมาว่า กรณีที่คณะผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาประท้วงประเด็นที่มาของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) และการอุทธรณ์คำสั่งก.ต.ต่อศาลฎีกาได้นั้น กมธ.ยกร่างฯ ก็ได้นำประเด็นดังกล่าวออกจากร่าง โดยให้ไปเขียนในกฏหมายลูกแทน อย่างนี้จะเรียกว่าถอยหรือไม่ก็ได้ เพราะยังไปปรากฎในกฏหมายลูก เพียงแต่ไม่ต้องมาพูดกันในวันนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า บางประเด็นที่กมธ.ยกร่างฯ ไม่ยอมถอยเช่น ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือนายกฯ คนนอก นั้น จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะในส่วนรัฐบาลก็ไม่ได้ท้วงติงต้องไปถามฝ่ายท้วงติงว่ามีปัญหาอย่างไร แต่รัฐบาลได้ท้วงติงถึงระบบเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ว่าไม่น่าจะเหมาะสม ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะกับการเมืองไทย แต่ในทางปฏิบัติมันมีส่วนที่จะนำไปสู่ผลเสีย หรือเกิดจุดอ่อนอย่างอื่นขึ้นซึ่งไม่พึงประสงค์ เช่น เราไม่ต้องการให้คนในปาร์ตี้ลิสต์ไปหาเสียง เพราะจะแข่งกันเอง สุดท้ายก็จะไม่สามัคคีกันในบัญชีรายชื่อ อย่างไรก็ตาม การที่กมธ.ยกร่างฯ ปรับแก้ระบบบัญชีรายชื่อรายภาค 6 บัญชี มาเป็นบัญชีเดียวทั้งประเทศจะทำให้โอเพ่นลิสต์ยากขึ้น เพราะการจะเลือกคนที่ดีที่สุดจากทั้งหมด 200 คนอาจจะยุ่งยาก ส่วนที่มีการนำระบบโอเพ่นลิสต์ไปไว้ในบทเฉพาะกาลนั้น ก็เท่ากับยังเห็นผลดีอยู่ แต่ก็เห็นถึงการปฏิบัติที่ยากในเวลานี้ และคงไม่นำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนี้ แต่จะใช้ในครั้งต่อๆไป แปลว่าอีกนานกว่าจะได้ใช้ และยังเปิดโอกาสให้ใครที่เข้ามาและคิดแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกระบบนี้ก็ไปว่ากันเองในคราวนั้น
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่กมธ.ยกร่างฯ ตัดกลุ่มการเมืองออกนั้น อาจเพราะไม่มีเสียงสนับสนุนเท่าที่ควร และมีข้อเสียมาก กมธ.ยกร่างฯ เลยยอมรับในส่วนนี้ แต่อาจต้องแก้กฏหมายลูกให้ตั้งพรรคการเมืองทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งโดยหลักแม้จะมีหรือไม่มีกลุ่มการเมือง การตั้งพรรคก็ควรทำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ในส่วนการป้องกันกลุ่มทุนเข้าครอบงำพรรคการเมืองนั้น วันนี้กติกาหลายข้อก็พยายามป้องกัน การที่กมธ.ยกร่างฯคิดเรื่องกลุ่มการเมือง เพราะต้องการหนีเรื่องนี้ แต่ว่าคนทั่วไปรวมถึงตนมองว่าหนีไม่พ้น เพราะเมืองไทยไม่เหมือนนอก เช่น ประเทศเยอรมนี ที่ตั้งกลุ่มการเมืองเพื่อให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เมืองไทยเป็นระบบนอมินี สุดท้ายการไปตั้งกลุ่มการเมืองยิ่งทำให้กลุ่มทุนครอบงำได้สุดท้ายกลายเป็นมุ้งเล็กในมุ้งใหญ่
"วิษณุ"ระบุ ปมประชามตินายกฯคนนอก ทำได้
ส่วนกรณีที่นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง เสนอให้มีการประชามติเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ทำได้ โดยต้องผ่านสนช.หรือสปช.ให้ยอมรับ ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดถึงมานาน ต้องยอมรับว่าการเลือกนายกฯ โดยตรงมีข้อเสียไม่น้อย แม้จะมีข้อดีอยู่บ้าง ส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วย เพราะความที่เราไม่เคยมี ไปดูว่าการเลือกนายกฯ มีประเทศไหนทำบ้าง มีประเทศอิสราเอลทำ แต่ยกเลิกไปหลังทดลองใช้มา 3-4 ปี เพราะมีข้อเสีย หลังจากนั้นมาก็ไม่มีประเทศไหนใช้อีก มันต้องมีอะไรเกิดขึ้น ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรผู้เสนอ เพราะสมัยหนึ่งก็เคยคิดว่าดี แต่ขณะนี้คิดว่าข้อเสียมากกว่าข้อดี
"เมื่อคิดถึงสภาพสังคมแต่ละประเทศ การปกครองก็ดี รัฐธรรมนูญก็ดี ต้องคำนึงถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ชีวิตจิตใจของคน วิถีชีวิตต่างๆ ถ้ามันสวนทางกันมันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ส่วนธรรมเนียมการปฏิบัติในต่างประเทศเป็นตัวประกอบตัวหนึ่ง การที่เขาไม่เคยมีมันก็ต้องแปลว่าแปลก เขาฉลาดกว่าเราตั้งเยอะทำไมเขาไม่คิด" นายวิษณุ กล่าว


