วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นครบาลแจงสำนวนคดี 'กรมวังฯ' ผิดม.112

ผบช.น. แถลงแจงส่งสำนวนคดี "กรมวังฯ" ผิดม.112 ให้ คกก.ตร.พิจารณา

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และคณะพนักงานสอบสวนคดี112 ร่วมกันประชุมสรุปสำนวนคดีนายมนตรี โสตางกูร หรือหลุยส์ อายุ 53 ปี อดีตกรมวังผู้ใหญ่สำนักพระราชวัง และอดีตกรรมการบอร์ดการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีแอบอ้างเบื้องสูงหาผลประโยชน์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการประชุมดังกล่าว


พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำนวนคดีในชั้นพนักงานสอบสวนทั้ง 4 สน. คือ สน.บางซื่อ สน.ทุ่งสองห้อง สน.ทองหล่อ และ สน.บางรัก เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยภายในวันนี้(22มิ.ย.)จะส่งสำนวนคดีให้กับคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หาก ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่าจะต้องสอบสวนเพิ่มเติม ก็ต้องสั่งการมาภายใน 30 วัน รวมถึงจะต้องสอบถามไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ว่า จะเอาสำนวนคดีไปทำด้วยหรือไม่ เพราะตอนนี้ ป.ป.ช.ยังไม่มีหนังสือมาเป็นทางการว่า ให้ทาง บช.น.ส่งสำนวนไปให้


"สำหรับคดีนี้มีนายมนตรี เป็นผู้ต้องหาเพียงคนเดียว โดยอาจจะมีการอายัดทรัพย์สินของนายมนตรีเพิ่มเติม ซึ่งต้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ประชุมพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งเพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ บช.น.และต้องดูว่าว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่" ผบช.น. กล่าว


ทั้งนี้สำหรับคดีดังกล่าวมีนายมนตรีเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 4 หมาย ในข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่นรัชทายาท (หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ),เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาซึ่งทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น,เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือมิชอบด้วยหน้าที่,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,148,149,157,และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 และ123/1