วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสนอสปช.ผ่านแผนปฏิรูประยะ2 ตั้งหน่วยงานยุทธศาสตร์ชาติ

กมธ.ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดินเสนอ สปช. ผ่านแผนปฏิรูประยะ2 ตั้งหน่วยงานยุทธศาสตร์ชาติ ทำแผนพัฒนาปท. 20 ปี หวังดันการพัฒนาประเทศที่ต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ได้นัดประชุมวันที่ 23มิ.ย. ว่า จะมีวาระพิจารณาที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 1 เรื่อง คือ รายงานการพิจารณาของ กมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่อง การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ....... ซึ่งเป็นการเสนอแผนปฏิบัติการการปฏิรูประยะที่2 ของ กมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ สปช. เป็นประธาน กมธ.  

โดยมีสาระสำคัญ คือ ยุทธศาสตร์ชาติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศให้มีความต่อเนื่อง เปลี่ยนไป แม้จะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว จำนวน 11 ฉบับ แต่ด้วยปัญหาของอิทธิพลทางการเมือง และความไม่ต่อเนื่องในนโยบายหลักทำให้แผนพัฒนาฯ เน้นประโยชน์เฉพาะช่วงระยะเวลาของรัฐบาลมากกว่าประเทศระยะยาว นอกจากนั้นกรณีที่หน่วยงานของราชการซึ่งมีแผนพัฒนาของหน่วยงานตนเอง ทำให้ขาดการบูรณาการและจัดลำดับความสำคัญแบบองค์รวมของการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายไม่ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนาประเทศไทย ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาและมุ่งสู่ความสำเร็จของการพัฒนาประเทศ คือ การมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เป็นแม่บทของการกำหนดนโยบาย ทิศทางการพัฒนา การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดสรรงบประมาณ โดยหลักของการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คือ ต้องกำหนดเป้าหมายระยะยาว 20 ปีและมีการทบทวนทุกๆ 5 ปี หรือเมื่อสถานการณ์กระทบต่อเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์ รวมถึงต้องสร้างกลไกและกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ที่ประชาชนให้การยอมรับและสะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง ด้วยการรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย  

การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติต้องมีสาระสำคัญด้านต่างๆ อาทิ ความมั่นคงทางทหาร, การเมือง, การบริหารราชการแผ่นดิน, กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, การปกครองท้องถิ่น, การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, เศรษฐกิจ การเงิน การคลังและงบประมาณ, พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สาธารณสุข, เทคโนโลยีการสื่อสาร , สังคม ศิลปะและวัฒนธรรม , วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ ที่จำเป็น โดยการกำหนดเป้าหมายต้องพิจารณาจากการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ ทำอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศต่างๆ ในอนาคต ทั้งนี้ต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นผู้ดำเนินการและติดตามประเมินผลการทำงาน  

สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ข้อเสนอของกมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอ ให้มีจำนวน 23 คน ประกอบด้วย นายกฯ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ประธานวุฒิสภา เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่ได้รับการสรรหาเข้ามาจำนวน 20 คน โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี สำหรับบทบาทหน้าที่ อาทิ กำหนดแนวทางจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ, บูรณาการ กำหนดเป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาด้านต่างๆ กำหนดงบประมาณ ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล รวมถึงทบทวน และปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนั้นยังเสนอให้มีคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 29 คน ที่มาจากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ, สำนักงบประมาณ, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, อัยการสูงสุด, ที่ประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยของรัฐ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ มีหน้าที่กำกับดูแล รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่สำนักงาน เสนอให้ตั้ง สำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ (สยช.) เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎฆมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณหรือกฎฆมายอื่น และอยู่ภายใต้กำกับของประธาน สยช.  

ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ที่นำเสนอนั้น มีสาระสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน และการจัดตั้งองค์กรและกรรมการ สยช. รวมถึงกรอบการดำเนินงาน ซึ่งมีทั้งสิ้น 60 มาตรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหากรายงานและร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติที่นำเสนอนั้น ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสปช. จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้พิจารณาดำเนินการต่อไป