"ประยุทธ์"ประชุม สสว. ชี้ทุกธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องขึ้นทะเบียนนิติบุคคล ทั้งหมด
ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ครั้งที่ 2/2558
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุม สสว. ถือเป็นว่าเป็นการประชุมที่ได้น้ำได้เนื้อ เพราะเราเริ่มมาตลอดในเรื่องการทำงานทุกรูปแบบ ปรับการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด จัดกลุ่ม สสว.ให้สามารถกำหนดว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร นำเอสเอ็มอีทั้งหมดเข้าสู่ระบบให้ได้ทั้งระบบภาษีและระบบนิติบุคคล โดยมีการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด รวมจำนวน 2,700,000 ราย และต้องมาดูว่ามีประเภทไหนบ้าง 1.ขยายไปต่างประเทศได้ไหม 2.จะขยายในประเทศได้หรือไม่ 3.ธุรกิจที่มีอยู่แต่ขาดเงินทุน ถ้าปล่อยต่อไปอาจจะล้มละลายหรือปิดตัวลงก็ต้องไปดู 4.คือกิจการที่ปิดไปแล้ว ซึ่งในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะอาจจะยังมีศักยภาพอยู่ แต่ที่ผ่านมาเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดี ก็จะไปดูว่าอันไหนที่พอจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง จะได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการในเรื่องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เครื่องมือ ความทันสมัยใช้คนให้น้อยลง รวมถึงการบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้สสว.จะชี้แจงอีกครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานที่จะต้องทำให้โลกได้รับรู้ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างปีนี้จะมีการพบปะผู้ประกอบกับคู่ธุรกิจด้วยกัน ในเรื่องของสสว. ทั้งในเรื่องของการผลิต การตลาดสิ่งเหล่านี้เรากำลังจะจัดอยู่ โดยองค์การค้าอุตสาหกรรมเข้าร่วม ในปีหน้าจะเป็นเรื่องการจัดระดับชาติ ซึ่งปีนี้ประเทศมาเลเซียเป็นคนจัด ในปีหน้าเราจะจัดเองว่าเรามีอะไรบ้าง เราจะได้รู้ แต่ในระหว่างนี้ตนได้บอกว่า อยากให้มีการจัดงานในลักษณะนี้ เพราะจะต้องขับเคลื่อนเอสเอ็มอีเราให้ได้ เพราะเป็นส่วนหลักในการส่งออกของเรา วันนี้ถ้าเอสเอ็มอีเข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพมากขึ้น ราคาสูงขึ้น มันถึงจะกลับมาในเรื่องของรายได้ของจีดีพี เราก็ต้องเสริมเอสเอ็มอีไปด้วย อีกอันหนึ่งตนบอกว่าเราต้องมองในภาพของโซเชียลบิสซิเนส คือการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม อันนี้ตนจับใส่เข้าไปอีกอัน เอสเอ็มอีภาคเอกชนเราก็ดูแลไปแล้ว ตอนนี้เราก็จะดูแลภาคเกษตรกรรมด้วย คือเอาสหกรณ์ทางการเกษตรหรือรัฐวิสาหกิจชุมชนมาอยู่ตรงนี้ด้วย เพื่อจะหาเงินทุนให้เขา แล้วเขาก็จะนำมาประกอบการ แต่เป็นในลักษณะที่นำผลกำไรมาเพื่อแบ่งปัน โดยให้เขามีแหล่งที่จะไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ทำแทนพ่อค้าคนกลาง เขาจะได้สร้างของเขาเองเพื่อที่เขาจะเข้มแข็งขึ้นด้วย โดยมี 3 ช่องทาง 1.โซเชียลบิสซิเนส 2.เอสเอ็มอี 3. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นห่วงโซ่ต่อกันในวันหน้า วันนี้เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งในทุกอัน ถ้าไม่เข้มแข็งเพียงพอก็ไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ทั้งหมดต่ำลงทุกอัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษวันนี้ต้องชี้แจงอีกครั้ง ว่าเรามีศูนย์ โอเอสเอส คือศูนย์ที่ให้วันสต็อปเซอร์วิสทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม รวมถึงช่องทางหารือร่วมกันกับเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้นต่อไปเอสเอ็มอีจะมีช่องทางที่จะรวมกันมา เราจะได้ซักทีไม่อย่างนั้นจะมาบอกว่าช่องทางไม่มี ไปธนาคารโดยตรงก็ไม่ได้ ก็เริ่มกันตรงนี้แล้ว เราเปิดช่องทางให้เขา เงินทุนตนได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ ว่าขอให้ดูแลธุรกิจโซเชียลบิสซิเนส และดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีกด้วย ส่วนหนึ่งรัฐก็จะมีมาตรการให้ แต่ปัญหาของเราคือเมื่อเราไป ธนาคารเขาจะดูเรื่องเอ็นพีแอลเหมือนกัน ถ้าไม่เข้มแข็งพอก็ให้ไม่ได้ รัฐก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร บางทีก็ต้องเข้าใจกันนะ ถ้าทุกคนบอกว่าต้องการเงินไปแล้วจะต้องได้เลยมันทำไม่ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่าท่านเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็ง ต้องเริ่มจากไปขึ้นทะเบียน สสว. วันนี้รัฐตั้งศูนย์จดทะเบียนทางเว็ปไซต์ ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างการทำงานก็ค่อยๆ เดินหน้าไป


