วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ยันติดตามคนสัมผัสผู้ป่วยเชื้อเมอร์ส 59 ราย

ไทยเจอผู้ป่วยเมอร์สรายแรกชายชาวตะวันออกกลางอายุ75ปี ติดเชื้อจากต่างประเทศเดินทางเข้าไทย อาการทรงตัว เผยติดตามคนสัมผัสใกล้ชิดเบื้องต้น59ราย

เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้(18 มิ.ย.)กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ ศ.นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ประธานศูนย์ควบคุมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลศิริราช ศ.นพ.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าห้องปฎิบัติการไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ​ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยไวรัสสัตว์สู่คน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแถลงข่าวกรณีผู้ป่วยโรคเมอร์ส

ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส จากการคัดกรองผู้ป่วย ล่าสุด รับผู้ป่วยชาย ชาวตะวันออกกลาง อายุ 75 ปี โดยสถาบันบำราศนราดูรรับตัวเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.​ 2558 ผู้ป่วยรายนี้เดินทางมาจากตะวันออกกลาง ถึงประเทศไทย วันที่ 15 มิ.ย. 2558 เพื่อมารักษาโรคหัวใจที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ขณะเดินทางและอยู่บนเครื่องบินไม่มีอาการไข้ แต่หลังจากเดินทางถึงประเทศไทยและเข้ารับการรักษาในรพ.เอกชนทันที พบว่ามีอาหารไข้ เหนื่อย หอบ ไอ รพ.เอกชนดังกล่าว จึงแยกผู้ป่วยและญาติไปห้องแยกโรคโดยเฉพาะไม่ให้ปะปนกับผู้ป่วยรายอื่นทันที

พร้อมมีมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวัง โดยเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลทุกคนมีการป้องกันตัวเอง และส่งตัวอย่างเชื้อตรวจทางห้องปฏิบัติการ(แล็ป) ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ผลปรากฏเป็นบวก คือ ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อโรคเมอร์ส และอาการไม่ดีขึ้นจึงส่งตังมารักษาต่อที่สถาบันบำราศฯ โดยเข้ารับการรักษาในห้องแยกโรคที่มีคความดันเป็นลบ และมีการส่งตัวอย่างเชื้อตรวจซ้ำเพื่อยืนยันในห้องปฏิบัติการ 2 ห้อง พบผลยืนยันเป็นบวกเช่นกัน ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการทรงตัว

ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2558 ได้มีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย จำนวน 59 คน ได้แก่ ครอบครัว 3 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 20 คน พนักงานโรงแรม 4 คน แท็กซี่ 2 คน ลูกเรือสายการบิน 2 คน ที่เหลือเป็นผู้โดยสารเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วยและนั่ง 2 แถวหน้าและ 2 แถวหลังผู้ป่วย โดยในส่วนผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูง คือ ดูแลใกล้ชิด เช็ดตัว คือ ครอบครัวและเจ้าหน้าที่รพ.บางส่วน ได้รับตัวไว้สังเกตอาการที่สถานพยาบาลแล้ว ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดคนอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยขณะนี้มีรายชื่อและเข้าสู่ระบบติดตามแล้ว โดยให้อยู่กับบ้าน หยุดงาน และเจ้าหน้าที่จะโทรไปสอบถามติดตามอาการทุกวันอย่างน้อย 14 วันตามระยะฟักตัวของโรค และเจ้าหน้าที่ลงไปเยี่ยมบ้านทุก 1 สัปดาห์

"ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้ติดเชื้อในประเทศไทย แต่เดินทางมาจากประเทศตะวันออกกลาง สธ.ได้ตรวจและวินิจฉัยได้เร็วเพราะมีการตรวตระมัดระวังอยู่แล้ว เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ที่ตรวจวินิจฉัยคนไข้ได้เร็วและสามารถควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง โดยพบเพียง 1-2 ราย ทั้งนี้ รพ.เอกชนที่ผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษาครั้งแรกมีมาตรการเฝ้าระวังตั้งแต่ต้นสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางและประเทศที่โรคระบาดอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดในรพ.เหมือนประเทศเกาหลีใต้"ศ.นพ.รัชตะ กล่าว

นพ.ธนะรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ขณะนี้สามารถติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งในวันที่ 19 มิถุนายน 2558จะมีการสอบสวนโรคเพิ่มเติมเพื่อหาว่ายังมีผู้สัมผัสอีกหรือไม่ ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรค ไม่พบว่า ชายชาวตะวันออกกลาง มีประวัติสัมผัสสัตว์

ด้านรศ.นพ.ทวี กล่าวว่า การพบผู้ป่วยไม่เกินความคาดหมาย ขอให้มีความมั่นใจ ฝากถึงประชาชน ว่าการเดินทางไปในประเทศที่เสี่ยง ขอให้กลับมาแล้วแจ้งให้โรงพยาบาลรับทราบทันทีเมื่อป่วยจะช่วยหยุดการะบาดของโรคได้

​​​ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ​ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะสามารถพบเชื้อได้ในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทย​เตรียมตัวรับมือ โรคนี้มานาน รายดังกล่าวมีการติดตามตั้งแต่สนามบินถึงโรงพยาบาล ต่อมาเมื่อถึงโรงพยาบาลก็ให้เข้าห้องแยกโรคทันที และส่งตัวอย่างตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬา รามาฯ เมื่อผลออกมา ก็มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญทันที พร้อมกับย้ายผู้ป่วยมาที่สถาบันบำราศ​ฯ รวมทั้งญาติทั้งสามรายเพื่อกักโรค ขอยืนยันว่า ไทยมีความมั่นใจ ที่จะทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายออกสู่ชุมชน ถ้ามีกรณีที่ต้องสงสัย แล้วสามารถตรวจจับได้เร็วก็สามารถคุมโรคได้

"สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์การแพร่ระบาดในวงกว้าง แบบเกาหลีใต้ คงไม่เกิดขึ้น เพราะโรงพยาบาลแรกที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษามีมาตรการควบคุมตั้งแต่แรก โดยการนำผู้ป่วยเข้าห้องแยกโรคทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลก็ป้องกันตัวเองทุกคน นอกจากนี้ ในสถานพยาบาลอื่นๆ แพทย์ไทยทุกคนหากพบผู้มีอากรเข้ากับโรคนี้ได้ จะซักถามประวัติ และรายงานให้ระบบการตรวจจับรับทราบทันที"ศ.นพ.ประเสริฐ กล่าว

​ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า คนไทยต้องตระหนัก และรับผิดชอบตัวเองในการป้องกันโรคนี้ด้วย จะรอเพียงการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าคิดว่า เสี่ยง และมีอาการก็ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ทั้งนี้ การแพร่ของโรค หากมีอาการมาก ไอ จาม มาก อาการบอบช้ำมากก็จะแพร่เชื้อไปได้มาก

ศ.นพ.วสันต์ กล่าวว่า จากการที่หลายสถาบันทำการตรวจยืนยันเชื้อจากผู้ป่วยรายนี้ ในหลายช่วงเวลา พบปริมาณไวรัสน้อยมาก จนเมื่อคนไข้เข้ามาอยู่ในระบบควบคุมรักษาของรพ. จึงพบว่าปริมาณเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เท่ากับระยะแพร่เชื้อที่จริงจัง เป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในการควบคุมที่รพ.อยู่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่แพร่ไปติดแท็กซี่จะน้อยมาก ทำให้ทราบว่าการตรวจวินิจฉัยโรคต้องตรวจจากเสมหะ

นพ.สุรเชษฐ์​ กล่าวว่า ไม่มีการปิดข่าว แต่ต้องรอผลการยืนยันตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก สถานการณ์เช่นนี้ จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยการทราบตนเอง เมื่อเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงโรค เมื่อเจ็บป่วยต้องแจ้ง และใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ เพื่อป้องกันโรค