"ศรีอัมพร" ตัวแทนผู้พิพากษา เตรียมแถลงเข้าชื่อจดหมายเปิดผนึกค้านร่างรธน. เปิดช่องตัวแทนฝ่ายบริหาร ร่วมนั่งก.ต.-กรรมการตุลาการศาลยธ.วันนี้
นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา และผู้แทนผู้พิพากษา 437 คนซึ่งเคยยื่นหนังสือ คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาสัดส่วนคนนอกของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. กล่าวว่า ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ตนและผู้แทนผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่ขณะนี้มีผู้พิพากษาศาลยุติธรรม 1,130 คน เข้าชื่อ ทำจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ ก.ต.ศาลยุติธรรม และการอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต.ที่ลงโทษวินัยผู้พิพากษาสามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ทั้งนี้หลังจากแถลงข่าว ตนและตัวแทนผู้พิพากษา จะนำจดหมายเปิดผนึกที่ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม 1,130 คนร่วมลงชื่อ ไปมอบให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) , คณะรัฐมนตรี(ครม.) , สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) , คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป
นายศรีอัมพร กล่าวชี้แจงว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ฯ ได้กำหนด ก.ต. สัดส่วนที่มาจากบุคคลภายนอก ไว้ว่า ให้มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการ ซึ่งตัวแทนจากศาลยุติธรรมได้ร่วมประชุมเรื่องนี้กับคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ จนได้ข้อสรุปว่าจะมีการยกเลิกการกำหนดสัดส่วนดังกล่าว แต่ภายหลังกลับจะมีการเสนอ ให้มีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล เข้ามาเป็น ก.ต. เพิ่มขึ้นอีก 1 คน ซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เหตุผล ชี้แจงว่า การกำหนดลักษณะดังกล่าวให้คล้ายกับศาลปกครอง แต่เราเห็นว่า เป็นคนละเรื่องกัน เพราะอำนาจของศาลปกครองนั้น เป็นการใช้อำนาจตรวจสอบรัฐ ผู้ถืออำนาจบริหาร โดยฝ่ายรัฐบาลอาจเกรงว่าจะมีการใช้อำนาจในการรังแกฝ่ายบริหารจากตุลาการที่มีแนวคิดสุดโต่ง จึงมีการเจรจาให้มีตัวแทนจากฝ่ายบริหารเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (กศ.ป.) เพื่อคานอำนาจ แต่หลักการของศาลยุติธรรมนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะศาลยุติธรรมใช้หลักคุณธรรม การพิจารณาตัดสินจะต้องเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ซึ่งระบบนี้จะต้องให้ผู้พิพากษาปกครองกันเอง
ส่วนประเด็นที่ร่าง รธน. กำหนดให้สามารถอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต.ไปยังศาลฎีกาได้อีกนั้น เราสมองว่า การตรวจสอบของ ก.ต. ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบวินัยของตุลาการนั้น มีการตรวจสอบ ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลเหตุ , ชั้นพิจารณาของอนุ ก.ต. ก่อนจะมีคำสั่ง และเมื่อมีคำสั่งแล้วผู้ที่ถูกตรวจสอบยังสามารถขอให้มีการพิจารณาคดีอีกครั้งได้อีก ถือว่าการพิจารณาของ ก.ต.นั้นมีคุณภาพเชื่อถือได้ หากกำหนดให้ ก.ต.ซึ่งเป็นองค์กรที่ลงโทษทางวินัยมีคำสั่งมาแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตุลาการตัดสินคดีทั่วไป ทำหน้าที่ตัดสินอีกจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
"ตอนนี้มีผู้พิพากษา เข้าชื่อลงในจดหมายเปิดผนึกแล้วกว่า 1,130 คน คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆยืนยันว่าการเข้าชื่อของผู้พิพากษาในครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เราแค่แสดงจุดยืนคัดค้าน และป้องกันการก้าวล่วง แทรกแซงอำนาจตุลาการ ที่จะมีผลต่อการพิจารณาคดี และกระทบต่อประชาชนโดยตรง เราไม่ได้จะล้มรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เราคัดค้านเรื่องการแทรกแซง" นายศรีอัมพร กล่าวและว่า ต้องถามว่าจะให้ฝ่ายบริหารเข้ามาเพื่ออะไร ที่ให้มีการปฏิรูปนั้นจะต้องปฏิรูปในสิ่งที่มีปัญหาในสิ่งที่ไม่ดี ไม่ได้มาตรฐาน แต่ส่วนของก.ต. อดีตไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากการร่าง รธน. ยังยืนยัน จะให้ตัวแทนฝ่ายบริหารเข้าไปเป็นหนึ่งใน ก.ต.อยู่ จะเกิดการประท้วงคัดค้านของผู้พิพากษาจนนำไปสู่วิกฤติตุลาการดังเช่นอดีตที่ผ่านมา หรือไม่
นายศรีอัมพร กล่าวว่า จะยังไม่เกิดวิกฤติตุลาการ แต่หากปล่อยคนนอกเข้ามาแทรกแซง การเต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา จนทำให้ผู้พิพากษาขาดความเชื่อมั่นไม่มีความไว้ใจและขาดความเป็นอิสระ และส่งผลให้ผลคดีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามอำนาจ เมื่อนั้นก็อาจจะเกิดวิกฤติตุลาการได้อีก





