วงหารือสปช. เสนอร่วมเขียนแผนปฏิรูปประเทศ 5 วาระสำคัญ เสนอให้สปช. ชะลอให้ความเห็นต่อสื่อ ปมโหวตคว่ำร่างรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นการภายในเพื่อปรึกษาหารือถึงการปรับแนวทางการทำงานวาระปฏิรูป หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีบทบัญญัติที่ทำให้วาระการดำเนินงานของสปช. สั้นลงจากช่วงเวลาเดิม หลังจากที่ที่ประชุมใช้เวลาหารือนาน 4 ชั่วโมง 30 นาที ว่า ที่ประชุมได้หารือกันใน 4 ประเด็น หลัก คือ 1.กระบวนการทำงานปฏิรูปของสปช. ในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. - วันที่ 22 ส.ค. คือ วันที่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยในระยะเวลาดังกล่าวมีข้อเสนอให้เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป 36 ประเด็นและวาระพัฒนาที่เหลือ รวมถึงเร่งรัดการปฏิรูปและแผนงานเรื่องสำคัญให้เป็นรูปธรรม จำนวน 5 - 6 เรื่อง ซึ่งมีข้อเสนอให้กำหนดแผนพัฒนาคุณภาพและการเรียนรู้ของคน รวมถึงการสร้างระบบที่รองรับอนาคตของประเทศ และประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับอนาคตไทย โดยเสนอให้สปช. ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงานในด้านนั้นๆ และไม่ควรสปช.ที่ไม่รู้จริงหรืออวดรู้เข้าไปเป็นคณะทำงานเพื่อความรวดเร็ว
2.การทำงานของกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรมนูญ และการมีส่วนร่วมของสปช. มีผู้เสนอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปรับการทำงาน โดยในระหว่างการปรับปรุงเนื้อหาควรเปิดให้สปช. เข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณา เพื่อให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สปช.และทุกฝ่ายให้การยอมรับร่วมกัน และนำไปสู่การผลักดันเนื้อหาออกสู่สังคมซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเผยแพร่เนื้อหาก่อนการลงประชามติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3.การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่ประชุม สปช. มีผู้ที่ยกตัวอย่างซึ่งผูกโยงกับการทำประชามติร่ารัฐธรรมนูญใหม่ หลังจากที่สปช. ลงมติเห็นชอบว่า สปช. ควรลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่ต่อการสร้างความวุ่นวายทางการเมืองโดยกลุ่มผู้ที่คัดค้าน อีกทั้งผลการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นผลดีต่อการปฏิรูปที่จะมีเวลาเพิ่ม 2 ปี เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมภายใต้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. เพราะระยะเวลาทำงาน 1 ปีที่ผ่านมาการปฏิรูปเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามในประเด็นดังกล่าว มีผู้เสนอให้สปช.ชะลอการแถลงข่าวหรือให้ข่าว เพื่อให้สังคมเข้าใจภาพรวมการทำงานของสปช. ตามหน้าที่คือการปฏิรูป
และ 4.ข้อห่วงใยต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้สปช.สิ้นสุดลงในวันที่ลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะหากลงมติเห็นชอบกระบวนการต่อไปคือการทำประชามติ ที่ต้องเน้นการเผยแพร่และเปิดเวทีให้ประชาชนทุกฝ่ายได้แสดงความเห็น โดยมีสปช. ที่มีประสบการณ์ในการทำเวทีเผยแพร่ก่อนลงประชามติให้ความเห็นว่า หากให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คนดำเนินการเอง อาจจะตายเปล่า เพราะมีกลุ่มที่จ้องเล่นเกมทางการเมืองอยู่จำนวนมาก ซึ่งการทำประชามติ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา แม้จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ช่วยทำเวที แต่ยังถูกกลุ่มต่อต้านขัดขวางการนำเสนอข้อมูล ดังนั้นหากปล่อยให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คน ไปดำเนินการเอง ขณะที่ฝ่ายราชการที่อาจถูกสั่งให้วางตนเป็นกลาง เชื่อแน่ว่าความเสี่ยงที่จะลงเสียงประชามติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญสูงมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในที่ประชุมยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการเตรียมการจัดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลงานสปช. ที่ได้ดำเนินการมาทั้งสิ้น 36 ประเด็นปฏิรูป โดยใช้เวลาประมาณ 17 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. นี้เป็นต้นไป เพื่อนำรายละเอียดการปฏิรูปนำเสนอให้สาธารณะได้รับทราบถึงผลการดำเนินงาน และหลังจากนั้นจะมอบผลการดำเนินงานทั้งหมดให้กับรัฐบาล เพื่อคัดเลือกและตัดสินใจทำเป็นนโยบายหรือสั่งการหน่วยงานราชการต่อไป





