คสช. เดินหน้าสนับสนุนงานเร่งด่วนรัฐบาล ช่วยสร้างการรับรู้ภาวะเศรษฐกิจ-วิกฤตน้ำ หนุนสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ในวันนี้ ( 15 มิ.ย.) พล.อ.สุชาติ หนองบัว รองเลขาธิการคสช. เป็นประธาน การประชุมประจำสัปดาห์ของสำนักงานเลขาธิการคสช. โดยมีการรายงานผลการปฏิบัติงาน ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ยังคงจัดกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายปกติอย่างต่อเนื่อง ส่วนดำเนินการเสริมสร้างความมั่นคงระดับหมู่บ้าน ด้วยการลงพื้นที่พบปะและประชาสัมพันธ์กับประชาชน ร่วมกับการจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการแก่ประชาชน การจัดกิจกรรมการเสริมสร้างการคืนความสุข การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ทั้งในระดับตำบล อำเภอ และพื้นที่ต่างๆ รวมจำนวน 1,206 ครั้ง
รองโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้กำชับให้ทุกส่วนของคสช. นำข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ไปสู่การปฏิบัติและติดตามผลในเรื่องที่สำคัญได้แก่ การสรุปและประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมทั้งกิจกรรมที่ดำเนินการเสร็จแล้ว กำลังดำเนินการ และเตรียมดำเนินการในระยะต่อไป เพื่อนำเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ได้รับทราบ นอกจากนี้ให้ส่วนงานต่างๆ ของคสช. ต้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อประชาชนถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศครอบคลุม ทั้งภาวะเศรษฐกิจในอดีตและปัจจุบัน การดำเนินการของคสช. และเป้าหมายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยใช้ระบบสหกรณ์และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมีการกำชับให้คสช. เข้าไปอำนวยความสะดวกกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เช่น การจัดทำข้าวถุงสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยใช้กลไกของระบบสหกรณ์
“สำหรับเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงของสังคม และเป็นปัญหาที่สำคัญในขณะนี้ ได้แก่ การดำเนินการด้านกฎหมายต่อผู้ที่เมาแล้วขับที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดความสูญเสีย, ร้านจำหน่ายสุราใกล้สถานศึกษา, กรณีเด็กแว้น ให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาหาแนวทางป้องกันและแก้ไข รวมทั้งใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น อีกทั้งกำชับให้ทุกส่วนงานของคสช. ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ รัฐบาลดำเนินการอยู่และคสช. เข้าไปช่วยขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ ปัญหาผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติทางทะเลหรือโรฮีนจา, การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้บุกรุกปลูกยางพารา, การแก้ปัญหาข้าว และยางพารา, การบริหารทรัพยากรน้ำ เป็นต้น” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ทางหัวหน้าคสช. ให้ทุกส่วนของ คสช. ได้ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรในมาตรการการใช้น้ำ และการวางแผนการทำการเกษตร รวมทั้งตรวจสอบการขุดลอกแหล่งน้ำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สำหรับภาวะฝนตกหนักน้ำท่วมขัง ใน กทม. และปริมณฑล ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมกับส่วนราชการ เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังในทันที รวมทั้งหากเกิดภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วมในต่างจังหวัดด้วย





