"ธีรยุทธ"เหน็บ"ประยุทธ์" ทำท.ทหารอดทนเป็นท.ทหารฉุนเฉียว เผยปลายมิ.ย.จะตั้งโต๊ะวิจารณ์การเมือง
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) จัดการประชุมวิชาการหัวข้อ "ปฏิรูประบบสุขภาพและชีวิต ปฏิรูปจิตสำนึกประชาธิปไตยในโอกาส 9 ปี สช. ณ ศูนย์ประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดประชุมที่จัดมาตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. โดยในวันนี้เชิญนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "พลังพลเมือง สร้างสังคมสุขภาวะ"
โดยในวันนี้นายธีรยุทธสวมเเจ๊คเก็ตสีขาว ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่จะเห็นนายธีรยุทธสวมเสื้อกั๊กออกมานั่งวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองไทย โดยนายธีรยุทธ กล่าวว่า ในวันนี้สวมเสื้อสีขาวเพราะต้องการพูดให้ตรงกับงานด้านสุขภาพตามหัวข้อที่ได้รับเชิญมาพูดจึงใส่สีขาวให้เหมือนเสื้อกราวของหมอ ส่วนสาเหตุที่เงียบหายไปนั้นนายธีรยุทธระบุว่า “ผมค่อนข้างกลัวลุงตู่(พลเอกประยุทธ์ จันทร์อชา) ผมว่าแกดุเป็นบ้าเลย แกชอบบ่น เลยไม่ได้ออกมาวิจารณ์เป็นปีแล้ว เดี๋ยวแกเรียกไปปรับทัศนคติ ทั้งนี้สังเกตหรือไม่ว่าลุงตู่ทำให้ทหารเปลี่ยนไป จากท.ทหารอดทนเป็น ท. ทหารฉุนเฉียวนะในบางที และถ้าเป็นคนรุ่นก่อนหรือรุ่นผมอาจจะจำได้ว่าเรามีการ์ตูนนิสคือลุงประยูร จรรยาวงษ์ ซึ่งท่านจะเขียนการ์ตูนในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และลุงประยูรจะจั่วหัวคอลัมน์ว่า สัปดนวันละนิดจิตแจ่มใส แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนแล้วเป็น ฉุนวันละนิดจิตแจ่มใส”
นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการทำหน้าที่ด้านการเมืองนั้นตนจะสรุปภาพรวมการเมือง ทิศทางใหญ่โดยรอให้การถกเถียเรื่องรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน และ คิดว่าจะทำบทสรุปในช่วงสิ้นเดือนนี้แล้วจะแถลงความคิดเห็นให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นช่วงหนึ่งนายธีรยุทธก็ได้กล่าวว่า รูปแบบการเมืองการปกครองจะตอบสนองภารกิจทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ในแต่ละช่วง ดังนั้นการเมืองในแต่ละช่วงจะต่างไปเรื่อยๆ ดังนั้นระบบการเมืองการปกครองจะไม่มีแน่นนอนถาวรตลอดไป เพราะมันมีภารกิจของมันแต่ละช่วง ส่วนประชาธิปไตยก็ไม่ได้เป็นพิมพ์เขียวที่เป็นสากลฉบับเดียวที่ใช้ได้ แต่เป็นหลักการใหญ่ของระบบที่ต้องเคารพอำนาจสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งเท่าที่ศึกษามาประชาธิปไตยมันเกิดมาเพื่อตอบสนองภารกิจทางการเมืองทั้งสิ้น แต่ตนไม่ได้บอกว่าเราควรมีประชาธิปไตยแบบไทย ๆ และไม่มีประชาธิปไตยแบบสากล เพราะไม่มีแบบไหนเหมือนกันเลย ดังนั้นคิดว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องค้นหาเหมือนทั่วโลกที่ค้นหาว่ารูปแบบโครงสร้างอำนาจใดที่เหมาะกับประเทศเขา
นายธีรยุทธ กล่าวว่า เราเคยนำรัฐธรรมนูญแบบฝรั่งเศสมาใช้ซึ่งฝรั่งเศสเขาก็มีปัญหาของเขา คือต้องทำให้มีผู้นำมีความเข้มแข็งเพื่อสยบกลุ่มย่อยทางการเมืองเพื่อให้การบริหารประเทศบริหารได้ราบรื่น ซึ่งฝ่ายธุรกิจก็พยายามผลักดันแนวคิดนี้ อย่างไรก็ตามฝ่ายบริหารของเราควรมีประสิทธิภาพและอิสระในการทำงาน แต่ไม่ใช่ว่าเป็นผู้มีอำนาจเพียงหนึ่งเดียว เพราะโครงสร้างบ้านเรากระจายอำนาจ ซึ่งนี่คือปมปัญหาที่ทำให้เกิดระบอบทักษิณตามมา
นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย วินมอเตอร์ไซด์ วินรถตู้ด้วยกำลังทหาร ไม่สามารถแก้ได้ถาวร ซึ่งตนคิดว่าท่านทำดีแต่ท่านต้องไปฟังพวกที่เขาที่ทำอาชีพนี้อยู่ว่าเดี๋ยวก็กลับมาอีก เพราะการใช้อำนาจพิเศษแก้ไม่ได้ ดังนั้นควรจะต้องผลักดันให้ท้องถิ่นชุมชนหรือบุคคลในที่นั้นเป็นผู้จัดการดูแลแก้ปัญหา ซึ่งถ้าเป็นที่อเมริกาประชาชนจะแจ้งรัฐ แต่ของเราแจ้งรัฐแล้วรัฐไม่ดูแล เพราะจะเป็นอันตรายกับตัวเอง คนไทยจึงเฉื่อยชา
“ดังนั้นผมจึงไม่สนใจกระบวนการเลือกตั้ง แต่สนใจที่จะให้กระบวนการในรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนให้ประชาชนเขาลุกขึ้นมาดูแลของของเขา หาบเร่แผงไหนก็ให้คนเขตนั้นลุกขึ้นมาดูแล ร้านสะดวกซื้อก็มีจำนวนมากก็แข่งกันเอง ในเป็นต่างประเทศเขามีโซนนิ่ง ดังนั้นถ้าชุมชนมีโอกาสรับผิดชอบ ได้ร่วมรับผิดชอบ ทำให้เป็นวิถีชีวิต”นายธีรยุทธ กล่าว
อาจารย์คณะสังคมวิทยา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทหารทำไม่ใช่ไปทำแทนประชาชน แต่ต้องดึงให้ประชาชนมามีส่วนร่วมมากที่สุด ต้องไม่ผลักใสประชาชน ทั้งแง่ความคิดและการปฏิบัติ ถ้าท่านทำเดี่ยวๆมันจะควบคุมสถานการณ์ได้ชั่วครั้งชั่วคราว ปัญหาจะกลับมา จะลดหรือเพิ่มก็ประเมินสถานการณ์ไม่ได้ ดังนั้นทำอย่างไรที่ประชาธิปไตย จะเป็นวิถีชีวิตของคน คนดีเลวไม่เท่ากัน คนจน คนชั้นกลาง คนรวย คนเรียนจบประถม มหาวิทยาลัย ปริญญาเอก ก็ต้องเคารพในเกียรติ์ ศักดิ์ศรี ความสามารถของมนุษย์ และวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย





