"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยุติธรรม ร่วมภารกิจเผาทำลายของกลางสารตั้งต้นยาเสพติดชนิดน้ำ ซาฟรอล ยาเสพติดให้โทษประเภท 4 น้ำหนัก16 ตัน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ เพื่อเป็นประธานในการเผาทำลายของกลางสารตั้งต้นยาเสพติดชนิดน้ำ ซาฟรอล ยาเสพติดให้โทษประเภท 4 น้ำหนัก 16 ตัน ที่สามารถผลิตยาอีได้กว่า 20 ล้านเม็ด ที่มีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้านชายแดนจ.ตราด และถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด ตรวจยึดเอาไว้ได้ และทำการส่งฟ้องศาลจังหวัดตราด
กระทั่งคดีได้สิ้นสุดลง ศาลได้มีคำสั่งให้ริบยาเสพติดทั้งหมดเอาไว้เป็นของกลางและให้เก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด ตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา และเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลาง พ.ศ.2541
ทั้งนี้ด้วยการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นของกลางน้ำมันเทพธาโร พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท4 ไอโซ ซาฟรอล และซาฟรอล ที่เป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาอี และเสพติดประเภทต่างๆ ซึ่งของกลางดังกล่าวเมื่อหลุดรอดไป จะสามารถผลิตยาอีได้ถึง กว่า 20 ล้านเม็ด ซึ่งวันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มาทำหน้าที่ในการตรวจสอบของกลางทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนมอบให้คณะกรรมการ ทำการขนย้ายจาก จ.ตราด มาเผาทำลายที่ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ยั่งยืน คือ การยุติการผลิตยาเสพติด จากการจับกุมหลายครั้งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านของการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ดังนั้นแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญประการหนึ่งในการยับยั้งการผลิต ยาเสพติดได้ คือ การควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์อย่างจริงจังมิให้ไปสู่แหล่งผลิตยาเสพติดได้ ขณะเดียวกันจากการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ร่วมกับ 4 ประเทศ คือ จีน ,ลาว ,เมียนมา และไทย ระยะที่ 2 (12 ม.ค.-12 มี.ค.58) สามารถจับกุมสารตั้งต้น เมทิลีนคลอไรด์ (Methylene chloride) ได้ถึง 20 ตัน ซึ่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ หากถูกลักลอบนำเข้าไปจนถึงแหล่งผลิตได้ จะสามารถผลิตเป็นยาบ้าได้ถึง 167,175,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าถึง 8,300 ล้านบาท ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เหล่านี้เป็นการลดศักยภาพในการผลิตยาเสพติด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยและในแถบภูมิภาคนี้





