"วิษณุ"เผยแก้เงื่อนไขเพิกถอนสิทธิการเมืองคนนั่ง"สนช.-ครม."ไม่ได้เจาะจงใคร ชี้คนที่ถูกพักงานการเมือง ไม่มีสิทธิ บ้านเลขที่111-109เข้ามาได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นยกเลิกเงื่อนไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสนช. จากเดิมที่ระบุว่าต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จึงจะเป็นสนช.หรือ ครม.เพื่อเปิดทางให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคสช.เข้ามารับตำแหน่งในครม. ว่า 1 ใน 7 ประเด็นที่ได้มีการขอแก้ไขในครั้งนี้คือแก้ไขเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของคนที่เป็นสนช. เราแก้ตรงนี้เพียงที่เดียว แต่โดยเทคนิคของกฎหมาย คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในส่วนนี้จะนำไปใช้ในกรณีของการเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในรัฐธรรมนูญชั่วคราว เช่น รัฐมนตรี สปช. หรือแม้แต่จะเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ ก็อนุโลมได้
นายวิษณุ กล่าวว่า ของเดิมนั้นเขียนว่า คนที่จะเป็นสนช.ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง หรือสิทธิเลือกตั้ง ครั้งนี้แก้เป็นว่า ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอน เพราะฉะนั้นถ้าเคยถูกเพิกถอนและพ้นกำหนดมาแล้ว ก็จะไม่มีข้อห้ามต่อไป เพราะเมื่อ 6-7 เดือนก่อนที่เขียนไว้ เพราะเพิ่งเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ จึงอาจต้องเขียนห้ามไว้เช่นนั้น แต่เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่ได้ห้ามไว้ ครั้งนี้จึงพยายามเขียนให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
“จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวได้พยายามแก้อะไรหลายอย่างให้เข้ากับรัฐธรรมนูญที่เขาร่างกันอยู่ เช่น ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนฯ ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็มีสภาขับเคลื่อนฯ เพื่อจะได้ส่งต่อกันได้”
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนเมื่อแก้แล้วใครจะได้ประโยชน์ หรืออานิสงค์จากตรงนี้ก็ไปว่ากันเอง เพราะไม่มีอะไรกำหนดตายตัวสุดท้ายว่าจะต้องตั้งใคร อย่างไรก็ตาม เจตนาหนึ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นได้คือ คนที่จะมาเป็นสนช. สปช. สภาขับเคลื่อนฯ ต่อไปก็จะสามารถนำคนที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเข้ามาได้ และอาจจะทำให้การปรองดองและการปฏิรูป เป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ส่วนจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ มันไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นกันได้ง่ายๆ คุณสมบัติเท่าที่มีอยู่ก็ไม่ได้สามารถเข้ามาเป็นได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นจะเป็นหรือไม่ ตนไม่ทราบ ตนไม่ได้คนตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองบ้านเลขที่ 111 กับ 109 สามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งเหล่านี้ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คนที่พ้นกำหนดแล้ว ถือว่าเข้ามาได้ แต่ถ้ามีคนที่ยังอยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ ก็ยังติดอยู่ไม่สามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งได้
เมื่อถามต่อว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยิ่งกว่านายสมคิดก็ยังมีอีกหลายคนที่จะเข้ามาได้ อย่างน้อยที่ตนมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนฯ เพราะในส่วนนั้นมีจำนวนถึง 200 คน ที่จะสามารถนำคนเหล่านี้เข้ามาได้ ส่วนใครจะเป็นรัฐมนตรีตนไม่กล้าคิด จะเอาเข้ามาได้อย่าไร เอาเข้ามาแทนใคร หรือเข้ามาทำอะไรตนไม่ทราบ และตัวคนเหล่านั้นอาจจะไม่ยอมมา หรืออยากมา
ผู้สื่อถามว่า การแก้เงื่อนไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในครั้งนี้เป็นการลดแรงกดดันจากฝั่งตรงข้ามหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนคิดว่าอาจจะเพิ่มกระแสกดดัน ตนก็ไม่ทราบ แล้วแต่จะไปแปลความหมาย ซึ่งไม่ได้ตั้งใจหรือเกี่ยวข้องอะไรกับกระแสกดดัน เพราะไม่มีใครมากดดัน แต่มีเรื่องอื่นที่กดดัน แต่เรื่องนี้ไม่มีใครมากดดันว่าช่วยเลิกทีเถอะ เพื่อให้ใครได้เข้ามาเป็น เรื่องอย่างนี้กดให้ตาย นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีวันยอม
ผู้สื่อข่าวว่า ถือเป็นการช่วยในเรื่องปรองดองมากกว่าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “สรุปคือมองได้ว่าการแก้ไขเช่นนี้มันไม่มีโทษ มีแต่ประโยชน์ การไปล็อคไว้อย่างเดิมมันมีโทษ เพราะส่วนหนึ่งทำให้ขาดคนมีความสามารถเข้ามาทำงาน และคนที่มีความสามารถอย่าคิดว่าจะเอาไปเป็นรัฐมนตรี อาจจะไปอยู่ในสนช. หรือเป็นอะไรได้อีกเยอะ ผมว่ามันก็ไม่เป็นธรรม ที่จะไปร่างห้ามเขาไว้ตลอดชาติ แล้วถามว่าทำไมไม่คิดอย่างนี้ตั้งแต่แรก ผมยอมรับผิด”นายวิษณุ กล่าวและว่า ตอนนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดความสงบสุข
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีจะให้มีการอยู่ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งนั้น หากต้องการให้มีประชามติเรื่องนี้จริง เหตุใดจึงไม่ให้เหตุผลไปตรงๆ เพราะสังคมน่าจะรับได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องต่อ จึงไม่สามารถจะพูดตรงๆ หรือพูดอ้อมๆ ได้ คือเราอย่าเพิ่งไปคิด ว่าการที่เราเปิดทางให้ประชามติถามในเรื่องอื่นได้แล้วจะนำไปสู่เรื่องดังกล่าว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจะนำไปสู่เรื่องนั้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำไปสู่เรื่องนั้น ซึ่งอาจจะมีบางเรื่องหรือหลายเรื่องที่น่าถาม แต่ในวันนี้ ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้ถาม แต่หลังจากนั้นอาจจะมีอะไรให้ถาม อาจจะมีโจทย์ที่คิดว่าสังคมต้องการคำตอบ ก็สามารถทำได้ เพราะถ้าไม่เขียนไว้ก่อนในวันนี้ ถึงเวลามันก็จะทำไม่ได้ หรืออาจจะทำได้ก็จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญอีกซึ่งก็อาจไม่ทันการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องไม่ลืมว่าสังคมชอบคนพูดความจริงมากกว่าพูดอย่างอื่น นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้ก็ไม่ได้พูดโกหกหรือพูดอะไรในทำนองปากไม่ตรงกับใจ เพราะยังไม่มีอยู่ในความคิด นายกฯก็พูดอยู่ตลอดว่าอย่าไปยุ่งกับเขา จะทำอะไรก็ทำ เพราะท่านมีคำตอบวิถีชีวิตของเขาอยู่แล้ว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ เพื่อจะนำไปสู่การทำประชามติครั้งที่ 2 แล้วหากประชามติในครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน จะทำอย่างไร ซึ่งยังไม่ได้เขียนไว้ในเวลานี้ เพราะก็ไม่ได้คิดล่วงหน้าเป็นปีว่ากรณีนี้จะเกิด แต่หากจำเป็นต้องเกิดมันก็มีทางออก อาจจะต้องแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้ง คงไม่กลับมาใช้กระบวนการอย่างเก่า คือตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน คงไม่เอาอย่างนั้น เพราะอะไรก็ตามที่ทำให้เร็วขึ้นก็ต้องทำในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตนถึงยกตัวอย่างว่าอาจนำรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงแล้วประกาศใช้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวใน 7 ประเด็นได้ส่งไปยังสนช.แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ณ เวลานี้ยัง โดยหากไม่ทันภายในวันนี้ ก็อาจจะเป็นช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้





