สปสช.เผยข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น เบิกชดเชยกรณีเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ได้ หลังฝ่ายกฎหมายตีความเข้าเกณฑ์ม.41
นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า จากการที่สปสช. ได้เข้าไปดำเนินการคุ้มครองสิทธิด้านการรักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น และบุคคลในครอบครัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เบิกจ่ายตรงอปท.) โดยที่ผ่านมามีข้อถกเถียงถึงการใช้สิทธิตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่กำหนดโดยมีสาระสำคัญ ว่า ให้ผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งนี้ จากการที่ฝ่ายกฎหมายของ สปสช. ได้ตีความว่างบประมาณที่ สปสช.ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำหรับใช้ในการดำเนินการคุ้มครองสิทธิ ถือเป็นเงินเข้าในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพราะฉะนั้นข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น และครอบครัว ที่มีสิทธิในการเบิกจ่ายตรงนี้แล้ว สามารถรับเงินชดเชยตามมาตรา 41 ได้
อนึ่ง ข้อบังคับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการ ได้รับความเสียหาย จากการรักษาพยาบาล พ.ศ.2555 ระบุว่า ประเภทของความเสียหายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แบ่งเป็น 1 เสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิตและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ตั้งแต่ 2.4 แสนบาท แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท 2 สูญเสียอวัยวะ หรือ พิการ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ตั้งแต่ 1แสนบาทแต่ไม่เกิน 2.4 แสนบาท 3 บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่องจากเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ไม่เกิน 1 แสนบาท
นอกจากนี้ กรณีที่มีการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องและได้รับการดูแลตามมาตรฐานการฝากครรภ์จนอายุครรภ์ตั้งแต่ 37 สัปดาห์ขึ้นไป และทารกเสียชีวิตในครรภ์ ระหว่างการดูแลในหน่วยบริการ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ในอัตราตั้งแต่ 2.4 แสนบาท แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท และหากมารดาได้รับความเสียหายอื่นด้วย ก็ให้ได้รับความช่วยเหลือได้อีกตามประเภทความเสียหายที่ได้รับและกรณีที่ความเสียหายไม่อาจจัดเป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง ตามข้อ 1-3 ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ที่จะพิจารณาเทียบเคียงกับประเภทความเสียหายที่กำหนดไว้ได้ตามความเหมาะสม





