วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสี่ยบิ๊ก' เข้าให้ปากคำดีเอสไอรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น

ประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ เข้าให้ปากคำดีเอสไอกรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น ลั่นพร้อมแถลงข่าวปมกู้เงินสกสค. มั่นใจมีหลักฐานครบ

นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร และน.ส.วิลาสินี ปานใจ พนักงานอัยการเพื่อเข้าให้ปากคคำในฐานะพยานกรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 2 ฉบับ เป็นเงิน 20 ล้านบาท ในช่วงปี 2552-2555 โดยนายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ตนพร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา แต่ในวันนี้มาเพื่อให้ปากคำกรณีมีชื่อรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ แต่ยอดเงินที่รับเช็คไม่ใช่จำนวน 20 ล้านบาท ส่วนตัวยอมรับว่ารู้จักกับนายศุภชัยแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นข้อมูลที่จะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

นายสัมทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ซึ่งตนเป็นกรรมการบริษัท กู้เงินจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค. ) ยืนยันว่า ตนถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ทั้งบอร์ดชุดเก่าและที่ปรึกษา ซึ่งเป็นบุคคคลที่มีหน้าตาทางสังคม ทำให้ตนถูกมองเป็น 18 มงกุฎ หากนำหลักฐานมาเปิดเผยจะกระทบกระเทือนกับสถาบันหลายแห่ง โดยตนมีพยานหลักฐานทั้งคลิปเสียงและเอกสารมาชี้แจงได้ ที่ผ่านมาได้เข้าให้ปากคำกับกองบังคับการปราบปรามมาโดยตลอด ไม่เคยมีความคิดจะหนีไปต่างประเทศเพราะบ้านอยู่ที่นี่ และยังใช้ชีวิตตามปกติ ในวันนี้ก็จะไปดูการแข่งฟุตบอลระหว่างทีมสโมสรเพื่อนตำรวจกับบางกอกกลาส อย่างไรก็ตาม หากตนเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอาจถูกปองร้ายถึงชีวิต  

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานป้องกันและแราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดเงินนั้น นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นการอายัดเพื่อตรวจสอบเท่านั้น การเปิดตู้เซฟก่อนหน้านี้เพื่อความยุติธรรมควรให้เจ้าของตู้เซฟที่เกี่ยวข้องหรือบอร์ดชุดเก่าเข้าร่วมด้วย ไม่ใช่มีคนมาเปิดแค่ 4-5 คน แล้วบอกว่าเป็นของปลอม สำหรับเงินจำนวน 2,100 ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าได้รับโอนมาจริงแต่ยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียด ขอให้ปากคำพนักงานสอบสวนก่อน เมื่อพร้อมตนจะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง