นายกฯประธานปลูกป่าที่ฉะเชิงเทรา แจงรัฐยึดคืนผืนป่าทำให้ถูกต้องกฎหมาย ขณะที่"อำนวย ปะติเส"เป็นลมกลางเวทีขณะนายกฯพูด
ที่ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกร้ฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้เป็นประธานเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2558 “รวมพลังพลิกฟื้นผืนป่า ป่าไม้มั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” บนพื้นที่ 160 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด โดยมี พล.อ.ดาว์พงศ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมประชาชนให้การตัอนรับ โดยนายกรัฐมนตรี ได้พบปะทักทายประชาชน มอบเข็มเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ด้านพิทักษ์ทรัพยากรธรรมช าติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นได้มอบกล้าไม้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และได้ปลูกต้นพยุงและยางป่า นำร่องในการปลูกป่าด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนมาวันนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารัฐบาลไม่ว่าใครจะจะชอบหรือไม่ชอบตนก็จะมา ตนดีใจที่ได้มาเจอทุกคนตัวเป็นๆ บางทีก็เจอแค่วันศุกร์ บางทีก็ไปขัดแย้งกับการดูละครย่าแย้มสุดแค้นแสนรัก ถึงแม้จะแค้นตนบ้างแต่วันนี้ก็ขอให้รักตนบ้างก็แล้วกัน วันนี้ตนมาในฐานะข้าราชการภายใต้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตนเป็นข้าราชการทหารทำงานร่วมกับข้าราชการทุกฝ่าย และวันนี้ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ทุกคนถือเป็นคนไทยทั้งสิ้น และทุกคนต้องทำเพื่อคนไทย วันนี้ตนเดินทางมาไม่มีการเมืองใดทั้งสิ้นไม่ต้องการมาทะเลาะกับใครและใครก็อย่ามาทะเลาะกับตน เรามาร่วมกันสร้างสิ่งดีๆสำหรับประเทศ อย่าลืมว่าป่าหายไปตั้งแต่ปี 2546 ทำอย่างไรถึงจะเกิดกลับมาอีก ป่าต่างๆไม่ว่าจะผืนเล็กผืนน้อยถือเป็นธนาคารชุมชนของทุกคน เป็นแหล่งอาหาร ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาป่าถูกทำลายมาโดยตลอดสูญหายไปกว่า 26 ล้านไร่ คนทั่วไปไม่รวยไปรวยเฉพาะคนบางกลุ่มบางคนเท่านั้น แต่เราแก้ปัญหาไม่ได้เพราะเราเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราจะต้องมาพูดกันว่าเราจะทำให้บ้านเมืองเป็นไปตามวิสัยทัศน์ 2015-2020 ในระยะเวลา 5 ปี ทำให้ประเทศมีแนวโน้มไปในทางที่ดี วันนี้ประชาชนเริ่มจะมีความสุข ช้างเริ่มกลับเข้าป่าแต่ก็ยังมีหลายอย่างที่ยังมีความขัดแย้ง เพราะที่ผ่านมามีการเอาใจใส่และแก้ไขน้อยเกินไป วันนี้รัฐบาลจึงได้ขับเคลื่อนทุกๆอย่างและแก้ไขให้ได้ตามระยะเวลาที่มีอยู่
“ผมจะไม่ไปเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานในวันนี้ พวกเราทำกันแต่งานทุกวัน ผมเคยทำงานคลุกคลีกับทุกคนมาตั้งแต่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ดังนั้นวันนี้เราต้องจริงใจเพื่อแก้ไขปัญหา ประชาชนทุกคนก็จะมีความสุข ประเทศก็จะมั่นคงในทุกๆด้าน เมื่อเกิดความมั่นคงแล้ว สังคมจะเกิดความสงบ ไม่มีใครมาปลุกปั่น ไม่มีใครมาทำให้ท่านแบ่งข้าง นี่ถือเป็นความมั่นคงแรก จากนั้นก็จะเกิดความมั่นคงตามมาโดยทุกคนจะมีรายได้ที่พอเพียงและเท่าเทียมกัน แม้ความเท่าเทียมในโลกนี้จะไม่มีเพราะเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถทำให้คนเท่าเทียมกันได้ด้วยกฎหมาย ให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่ห้ามแต่ไม่มีวิธีการแก้ไขและการแก้ไขก็ไม่ใช่ว่าพอเดือดร้อนก็ให้เงินลงไป เราต้องสร้างคนให้ตกปลาให้เป็น ไม่ใช่หาปลาให้เขา ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะแตกแยกอยู่แบบนี้ เราต้องทำให้เกิดความมั่นคง มั่นคั่ง อย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับทุกคน และไม่ใช่เพื่อเข้มแข็งเพื่อมาต่อต้านรัฐแต่เป็นการเข้มแข็งเพื่อรวมพลัง มีสิทธิมีเสียงและผู้ปกครองมองเห็นในตัวตนของทุกคน ไม่ใช่แค่เป็นคนของคนนั้นคนนี้เท่านั้น เท่ากับว่าไม่มีพลังของประชาชนที่แท้จริง ประชาชนเป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยและมีอำนาจโดยแท้จริง เราต้องใช้อำนาจที่ถูกต้องในช่องทางที่ถูกต้อง เลือกตั้งเมื่อถึงเวลาเลือกคนที่ดีเข้ามาอย่าเลือกคนที่สร้างความขัดแย้งหรือเลือกคนที่เอาเปรียบ อย่าเลือกคนที่บิดเบือนไม่พูดความจริง วันนี้ผมไม่ว่าท่านจะเลือกใครเข้ามา แต่ต้องดูว่าหน้าที่ของท่านจะใช้อย่างไร อำนาจของทุกคนไม่ใช่ตั้งกลุ่มขึ้นมาเดินขบวนประท้วง สมัยนี้ขอว่าอย่าเพิ่งทำขอให้ทำอะไรก็ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อะไรที่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยทำได้ แต่ต้องไม่สร้างความรุนแรงหรือทำให้สังคมแตกแยก เพราะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย วันนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินคดีจำนวนมากขอร้องว่าอย่าทำอีก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปคือการทำประชามติ ทุกคนจะต้องร่วมมือในการทำประชามติ ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจของทุกคน เลือกตั้งหารัฐบาลเข้ามาใช้อำนาจซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯให้อำนาจมา คือ อำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ซึ่งพระราชทานอำนาจนี้ให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นจะต้องใช้ให้ถูกตามที่มีการพระราชทานอำนาจมาให้ เมื่อพระองค์พระราชทานอำนาจมาแล้วก็ไม่เคยสั่งอะไรลงมาที่นี่ อะไรที่รัฐบาลเลือกตั้งทำมาท่านก็โปรดเกล้าฯให้ทั้งหมด ฉะนั้นอย่าไปเชื่อการบิดเบือนต่างๆ วันนี้มีคนบางพวกบางกลุ่มชอบออกมาพูด ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะใช่คนไทย และที่ตนต้องพูดอย่างนี้เพราะมีสิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลา ซึ่งตนไม่บังอาจไปว่าใครได้ ทุกอย่างที่ทำวันนี้มาจากที่พระองค์ท่านพระราชทานทั้งสั้น สิ่งแรกของคนที่เป็นข้าราชการ คือ การเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ไม่ใช่จะตัดเสื้อตัวเดียวแล้วให้คนใส่ทั้งโลกมันไม่ได้ เพราะแต่ละคนแต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ข้าราชการต้องปรับเปลี่ยนและเข้าถึงใจประชาชนให้ได้ อะไรที่ไม่เข้าใจต้องเร่งอธิบายและเร่งสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ใช้โครงการที่ทำแล้วก็หายไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำวันนี้คือการปลูกป่าในใจคน ทุกคนต้องมีหัวใจอย่างที่ตนมี คือมีหัวใจให้กับประเทศชาติและป่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นผบ.ทบ. เป็นประธานปลูกป่ามาไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ก็ไม่รู้ว่าต้นไม้จะอยู่ถึงร้อยต้นหรือไม่ วันนี้จะต้องตอบคำถามให้ได้ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ว่าวันนี้ต้นไม้โตได้กี่ต้นซ่อมได้กี่ต้นและใครดูแลและทำอย่างไรประชาชนจะมีส่วนร่วม อนาคตจะใช้ประโยชน์จากป่าอย่างไร ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่มากกว่านี้ รวมทั้งการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้ โดยทุกอย่างจะต้องมีเหตุผล มีความพอประมาณ ข้าราชการทุกคนจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องเลื่อนยศ สิ่งที่ตนพูดเหมือนกับการทำข้อสอบจะต้องหาคำตอบมาให้ได้ วันนี้รัฐบาลขับเคลื่อนทุกเรื่อง สิ่งสำคัญวันนี้คือความเหลื่อมล้ำทั้งเรื่องของรายได้ อาชีพ การไม่มีงานทำ ความเป็นธรรมก็ยังไม่เข้าถึง รัฐบาลพยายามทำในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรมเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม วันนี้ทุกคนต้องร่วมกันกำจัดคนที่ทุจริต คนโกง คนเอาเปรียบ จะต้องไม่มีที่ยืนบนแผ่นดินนี้ โดยจะต้องทำตามกระบวนการของกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่ได้ลงลึกในการแก้ไขปัญหาจนเกิดความทับซ้อนในเชิงโครงสร้าง เช่น การแก้ไขปัญหาล็อตเตอรี่แพง รอมา 8-9 เดือนแล้วก็ยังแก้ไม่ได้ยังมีเสียงโวยวายอยู่ แต่วันนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดิม ทุกคนคิดแต่จะเอารายได้โดยไม่ยึดกติกาสังคมและยึดหลักกฎหมาย และยิ่งเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย ก็จะไปกันใหญ่จึงต้องค่อยๆดึงกลับมา รู้ว่ามีหลายคนเดือนร้อนแต่ก็ต้องทำ ท่านจะอยู่อย่างมีความสุขท่ามกลางความสับสนอลหม่านของสังคมโดยที่ไม่เคารพกฎหมายอย่างนั้นหรือ จะอยู่โดยถูกชี้นำบิดเบือนคงไม่ถูกต้อง วันนี้ทุกคนต้องกลับเข้ามาอยู่ใต้กติกา ซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่ทำทุกอย่างก็ไม่ใช่เพื่อตนแต่ทำเพื่อทุกคน วันนี้ตนมอบอำนาจเต็มให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นผู้ว่าฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รองลงมาคือนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วม เอากฎหมายมาเป็นที่ตั้งทำให้เกิดประโยชน์กับทุกคนไม่เอากฎหมายมาอ้างว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะติดขัดด้วยกฎหมาย วันนี้ทั้งคน ป่า และสัตว์ป่าจะต้องใช้ประโยชน์ร่วมกันให้ได้
“ในการเป็นประธานปลูกต้นไม้ในวันนี้ผมขอเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเป็นประธานที่ปลูกต้นไม้แล้วตาย ดังนั้นไม่ว่าก่อนที่จะผมจะไปไม่ว่าจะปีนี้หรือปีไหนหรือหมดตามสัญญาของผม ผมจะเช็คก่อนออกว่าต้นไม้ที่ปลูกไปยังอยู่อีกกี่ต้น คนปลูกคนดูแลคือใครและใครรับผิดชอบ เราต้องให้ประชาชนเข้ามาช่วยและมีส่วนร่วม รวมทั้งบริษัทเอกชน วันนี้เราต้องเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกที่ป่าและปลูกเกินความต้องการ การแก้ปัญหาเรื่องไร่ข้าวโพด รวมทั้งการดูแลสินค้าภาคการเกษตรโดยจะต้องีมการแปรรูปสินค้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการล้นตลาด เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลังหรือข้าวโพด วันนี้ประเทศชาติไม่เข้มแข็ง ประเทศมีภัยและอยู่ในช่วงอ่อนแอทุกคนต้องช่วยกัน ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลเกือบจะปีแล้ว แต่หลายอย่างยังไม่เกิดหรือยังไม่ทันใจ ดังนั้นทุกคนต้องชัดเจนต้องมีระยะทำงาน ไม่ใช่ต้องมาเริ่มในระยะที่1 ทุกเรื่อง ที่ผ่านมาแผนงานแต่ไม่ทำเพราะขาดความร่วมมือจากประชาชน มีปัญหาทุกอย่างซึ่งเกิดจากการเมืองทั้งสิ้น ผมไม่ปฎิเสธว่าประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย วันนี้ผมก็เตรียมความพร้อมให้ท่านอยู่แล้ว เตรียมความพร้อมให้กับคนที่จะรับผิดชอบต่อไปให้มาทำ ก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า อย่างวันนี้เราต้องการป่าไม้อย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเร่งสร้างความรู้ให้กับชาวบ้านและแก้ปัญหาการบุกรุก ส่วนที่มีการบุกรุกแล้วก็ต้องหาวิธีการแก้ไข ต้องคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเกิดป่าโดยเริ่มต้นที่ป่าเศรษฐกิจก่อนพร้อมๆกับป่าชุมชน เพื่อที่ทุกคนจะสามารถใช้ไม้ได้ตามกฎหมายที่กำหนด แต่ป่าเศรษฐกิจต้องไม่เอาป่าที่มีอายุยาวปลูก คนไทยมีสิทธิใช้แผ่นดินนี้ทั้งคนยุคนี้และคนในอนาคต การปลูกต้นไม้จะต้องปรับรูปแบบใหม่ ปลูกแล้วป่าจะต้องไม่ตายให้ประชาชนในพื้นที่มาเป็นผู้ดูแลจะได้มีรายได้ วันนี้พื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลือเพียง 102 ล้านไร่ เราจะต้องมาช่วยกันเพิ่มพื้นที่ป่าและยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทำร้ายประชาชน ผมไม่ใช่คนใจร้าย แต่จะทำทุกอย่างไม่ให้ขัดแย้งกับกฎหมาย การขอคืนผืนป่าเราจะทำอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ พูดมาถึงตรงนี้ เมื่อเวลา 10.10 น. ซึ่งใช้เวลามาประมาณ 40 นาทีได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยนายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนั้นยืนอยู่บนเวทีร่วมกับรัฐมนตรีที่ร่วมงาน อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.หมาดไทย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.วิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เกิดอาการหน้ามืดและทรุดลงกลางเวที ทำให้เจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีพากันตกใจและรุดเข้าไปประคองร่างไว้ได้ทัน ก่อนประคองลงจากเวทีไปนั่งที่เก้าอี้รับรองด้านหน้าเวที และเจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำยาดมและผ้าเย็นมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนนายอำนวยอาการดีขึ้น และยกมือไหว้ขอโทษนายกฯกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปมองทันทีที่นายอำนวยทรุดตัวลง พร้อมกล่าวว่า “ท่านไม่ค่อยสบาย ให้เจ้าหน้าที่พาลงไปนั่งข้างล่างโดยเร็ว ท่านทำงานหนักมาตลอด อายุก็เยอะเหมือนกันแล้ว ก็ไม่รู้จะยืนกันสักกี่คนวันนี้ แต่ผมก็ยังยืนอยู่เสมอ ถ้าผมล้มเมื่อไหร่แล้วค่อยว่ากัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุหนึ่งที่นายอำนวย เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมนั้น เนื่องจากบริเวณการจัดงานมีอากาศร้อนระอุ เนื่องจากเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง อากาศร้อนจัด และมีการนำเต๊นท์ผ้าใบมาทำเป็นส่วนหลังคาของพิธีเปิดงาน ประกอบกับนายอำนวยมีอายุค่อนข้างมาก และออกงานแทนนายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้นายอำนวยจะเป็นลมหน้ามืด แต่นายกรัฐมนตรี ยังคงกล่าวกับผู้ร่วมงานต่ออีกประมาณ 20 นาที พร้อมระบุว่า “ เสื้อคลุมที่ให้มาใส่ในงานมันร้อน ยิ่งใส่ทับกับเสื้อยืดตัวในมันยิ่งร้อนกว่า ข้อสำคัญมันร้อนใจ ซึ่งเป็นการร้อนใจแทนประชาชน” จากนั้นได้เชิญให้รัฐมนตรีที่ร่วมอยู่บนเวทีลงไปนั่งฟังข้างล่าง พร้อมแซวว่า “เดี๋ยวจะเป็นลมกันไปอีก ก็เห็นใจท่านอำนวยที่ไม่สบายก็ยังอุตส่าห์มา เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็ต้องไปเยอรมันไปขายของให้อีก” ก่อนจะเน้นย้ำอีกครั้งกับผู้ร่วมงานว่าขอให้นำแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาใช้
นายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า การปลูกป่าจะไม่มีความสำเร็จได้หากผู้ปลูกไม่มีหัวใจรักและดูแลธรรมชาติ ที่สำคัญต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งนี้ภาครัฐต้องสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ป่าไม้และนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อการเข้าไปใช้ประโยชน์ทั้งป่าชุมชน ป่าเศรษฐกิจ ป่าอนุรักษ์และป่าสมบูรณ์ ที่เบื้องต้นรัฐบาลอยากส่งเสริมให้ประชาชนได้ปลูกป่าเศรษฐกิจเพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ได้ใช้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่ระหว่างนี้ แต่ต้องเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนด้วย
ขณะเดียวกัน การกำหนดยุทธการขอคืนผืนป่าก็เพื่อต้องการให้ทุกคนเข้าสู่ระบบ อยู่ในกระบวนการของกฎหมาย ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าปลุกระดมว่ารัฐบาลรังแกคนจนรีดภาษี สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง การขอคืนพื้นที่ป่าก็เพื่อให้ส่วนรวมได้เข้ามาใช้ประโยชน์ และการจัดเก็บภาษีก็จะเก็บกับผู้ที่มีรายได้เข้าเกณฑ์ภาษีเท่านั้น
สำหรับงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เกิดจากมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่31 ม.ค.2532 ที่อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้นายกรัฐมนตรีได้จัดกิจกรรมปลูกป่า เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม ให้มีความอุดมสมบูรณ์ในทุกพื้นทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การลงพื้นที่ฉะเชิงเทราครั้งนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับความสนใจจากประชาชนที่เฝ้ารอดูทะเบียนรถยนต์ที่นายกรัฐมนตรีใช้ปฏิบัติภารกิจเพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดต่อไป บางรายถึงกับนำโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปมาบันทึกไว้ บางรายก็ใช้วิธีการจด ซึ่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นายกรัฐมนตรีใช้รถโตโยต้า อัลพาท สีขาว ทะเบียน 3 กฐ 2452 กรุงเทพมหานคร





