'วิษณุ'เผยแก้รธน.ชั่วคราว ให้ทำประชามติร่างรธน.เปิดทางตั้งคำถามอื่นคู่ หากไม่ผ่านให้ตั้ง"กรรมการยกร่างฯ"ขึ้นทำหน้าที่แทน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ความเห็นชอบในการส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามมาตรา 46 ของ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยกติกามีว่า 1.ต้องเป็นมติเห็นชอบของ ครม. และ คสช. 2 ต้องทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมฉบับเก่า แล้วส่งให้ สนช. จากนั้นต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 15 วัน 3. สนช.มีอำนาจเพียงพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ แต่อาจจะตั้งข้อสังเกตแนะนำวิธีปฏิบัติได้ แต่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงร่างไม่ได้ เว้นแต่ได้รับควาเห็นชอบจาก ครม. และ คสช. 4.การให้ความเห็นชอบให้แก้ไข สนช. ต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 111 เสียงหรือมากกว่านั้น 5.นายกฯต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายใน 15 วัน นับจากวันที่พิจารณาเสร็จ 6.เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วก็ให้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา และบังคับใช้ได้ทันที ทั้งนี้ควรเสร็จสิ้นก่อน 21 ก.ค. หรือ 23 ก.ค.
นายวิษณุกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขจะมี 7 เรื่องคือ 1.คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช. เดิมตาม มาตรา 8(4)กำหนดว่าคนจะเป็น สนช. “ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” โดยเปลี่ยนเป็นคำว่า “ไม่อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” ทั้งนี้เพื่อเลียนแบบหรือเดินตามร่าง รธน.ฉบับใหม่ แต่ในส่วนการเพิกถอนจากการทุจริตยังห้ามอยู่
2.การที่บุคคลบางตำแหน่งต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปีหนึ่งเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นพระราชภาระมากเกินไป จึงแก้ไขเป็นว่า การถวายสัตย์ตามกฎหมายที่กำหนดต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์นอกจากจะทำเฉพาะต่อหน้าพระพักตร์แล้ว อาจจะโปรดเกล้าให้ถวายสัตย์ต่อรัชทายาทที่บรรลุนิติภาวะหรือผู้แทนพระองค์ก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เขียนตามร่างรัฐะรรมนูญใหม่ที่กำลังร่างอยู่
3.การขยายเวลาให้ กมธ.ยกร่างทำงาน เดิมต้องทำให้เสร็จใน 60 วันนั้น ซึ่งใน 10 วันแรกจะหมดเวลาไปกับการเชิญคนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และอีก 10 วันในช่วงท้าย จะต้องเชิญคนที่ขอแก้ไขมารับฟังว่าพอใจหรือไม่ และเมิื่อรวมวันเสาร์อาทิตย์อีกประมาณ 16 วัน เท่ากับเสียเวลาไปแล้ว 36 วัน เหลืออีกเพียง24วัน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอต่อการแก้ไข เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงระบุไว้ว่า กมธ.ยกร่างฯ สามารถขอขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน รวมแล้วจะไม่เกิน 90 วัน เมื่อกมธ.ยกร่างฯมีมติจะขอขยายแล้วก็ให้แจ้งต่อทีประชุม สปช. ทราบเพื่อขอขยายเวลา
4.เรื่องการทำประชามติเมื่อ สปช. มีมติเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการแก้ไขเสร็จแล้ว ซึ่งคาดว่าประมาณต้นเดือนก.ย. ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปลงประชามติ โดย กกต. เป็นผู้กำกับควบคุม รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข โดยต้องได้รับความเห็นชอบของ สปช. แล้วจึงประกาศใช้ได้
ในกรณีที่มีการทำผิด และฉีกบัตรหรือขัดขวางการทำประชามติมีการกำหนดไว้ว่า ให้นำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าสด้วยการออกเสียงประชามติมปี 2552 มาบังคับใช้กำหนดบทลงโทษ
ทั้งนี้การลงประชามติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมและถูกต้องต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลให้มากที่สุด จึงกำหนดให้จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบแล้วแจกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิ อย่างน้อย 80% ของครัวเรือน ซึ่งประเทศไทยมี 23-24 ล้่านครัวเรือน 80% คือ 19 ล้านครัวเรือน ซึ่งเมื่อแจกได้ครบ 80% แล้ว กกต. จะกำหนดวันออกเสียงประชามติโดยไม่เร็วกว่า 30 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 45 วัน คือคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ม.ค. หรือ ต้น ก.พ. 59
สำหรับคำถาม คำถามหลักจะถามว่า “เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ” ส่วนหากมีการขอให้ถามประชามติเรื่องอื่นด้วยนั้น ต้องเป็นมติที่ส่งมาจาก สนช. สปช. สภาละหนึ่งประเด็น และหาก ครม. เห็นชอบประเด็นใดก็จะส่งให้ กกต. จัดให้ออกเสียงประชามติควบคู่ไปในวันเดียวกัน หาก ครม. ไม่เห็นชอบประเด็นใดก็ให้ถามแต่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างเท่านั้น
หากมีการถามในประเด็นอื่นและคำถามขัดแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญให้กรรมาธิการยกร่าง ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับผลประชามตินั้นให้เสร็จสิ้นใน 30 วันแล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เมื่อ นายกฯเห็นชอบก็นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายใน 30 วัน
5.เมื่อ สปช. ลงมติไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างของ กมธ.ยกร่างถือว่าภาระกิจเสีร็จสิ้นแล้วให้ยุบ สปช. แล้วตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีสมาชิกไม่เกิน 200 คนอายุไม่น้อยกว่า 35 ปี อาจจะเคยเป็นหรือเคยเป็น สปช. มาก่อนก็ได้ โดยมีนายกฯเป็นผู้แต่งตั้งและไม่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล โดยจะให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเสนอแนะการปฏิรูปโดยไม่ไกี่ยวกับการร่าง รธน. อีก
6.ถ้ากมธ.ยกร่างฯสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็็ตามให้ตั้งคณะกรรมการที่เรียกชื่อใหม่ว่า “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” จำนวน 21 คน ซึ่งหัวหน้า คสช. เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งว โดยไม่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล และไม่ห้ามว่าจะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ด้วย โดยมี ประธาน 1 คน และ กรรมการไม่เกิน 20 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรับฟังความเห็นจากประชาชนให้เสร็จสิ้นใน180 วัน หรือ 6 เดือน จากนั้นนำไปออกเสียงประชามติ
7.เป็นการแก้ไขภาษาและตัวเลขของมาตราเล็กน้อย และคาดว่าส่งวร่งให้ระธาน สนช.ได้ใน 1-2 วันนี้
เมื่อถามว่าการเปิดช่องให้ตั้งอีกคำถามหากถามว่าให้รัฐบาลอยู่ต่อหรือไม่จะเข้าข่ายเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าหากตั้งหลักคิดจากการถามคำถามอย่างนี้ก็เข้าข่ายถูกครหา ดังนั้นอย่าไปตั้งหลักคิดว่าจะต้องไปถามแบบนี้ ทำไมไม่นึกว่าอีกคำถามอาจจะถามว่า เอา รธน.ฉบับไหนมาใช้ หรือ เรื่องนิรโทษกรรมเป็นต้นก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากคณะกรรมการร่างรธน. ร่างแล้วไม่ผ่านอีก ก็จะทำให้อยู่ในวังวนเดิมๆ นายวิษณุกล่าวว่าหากไม่ผ่านอีกจะไม่เป็นวังวนแน่นอน อาจจะหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก็ได้ แต่ตรงนี้ยังไม่อยากให้นึกถึงขั้นตอนนั้น





