วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ'คืนโฉนดที่ดิน680ฉบับ ให้สหกรณ์คลองจั่น

"ดีเอสไอ" คืนโฉนดที่ดิน-นส.3 ก. 680 ฉบับ เนื้อที่ 1,616 ไร่ ให้สหกรณ์คลองจั่น หลังจากห้องพัก "ศุภชัย"

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - 9 มิ.ย. 58 นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 และพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร แถลงความคืบหน้าการสอบสวนคดียักยอกและฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการเข้าตรวจค้นห้องพักของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ที่อาคารยูทาวเวอร์ พบเอกสารน.ส. 3 ก ฉบับจริง และโฉนดที่ดินรวม 680 ฉบับ เป็นเนื้อที่ 1,616 ไร่ มูลค่า 116 ล้านบาท โดยมีชื่อสหกรณ์คลองจั่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกฉบับ แต่โฉนดและน.ส. 3 ก.ถูกเก็บอยู่ในห้องพักส่วนของนายศุภชัย โดยเอกสารสิทธิ์ตัวจริงทั้งหมดดีเอสไอจะส่งคืนให้สหกรณ์ นอกจากนี้ยังพบสำเนาเอกสารสิทธิที่ดินอีก 14 แปลง ถือครองในชื่อของนายศุภชัย และถือครองในชื่อนายศุภชัยกับพวก กว่า 300 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ยังมีสำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดินใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ จันทบุรี ปทุมธานี และ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา รวม 1,527 ไร่ ซึ่งดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบความมีอยู่จริงของที่ดิน เพื่อให้ทราบว่าที่ดินถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่นหรือไม่

  

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ดีเอสไอจะเข้าตรวจสอบตู้เซฟที่อายัดได้จากในห้องพักของนายศุภชัย ที่อาคารยูทาวเวอร์ ชั้น 2 ส่วนความคืบหน้าคดีฟอกเงินที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ 2 คดี จากพฤติการณ์การขายที่ดินหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สอบปากคำพยานไปแล้ว 60-70% โดยเฉพาะการขายที่ดินให้น.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้กลางเดือนก.ค.นี้ สำหรับ น.ส.อลิสา ดีเอสไอจะเรียกสอบปากคำในช่วงปลายเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ ดีเอสไอได้รับการประสานจากทนายของสหกรณ์ด้วยการนำหมายศาลแพ่งมาขอถอนการอายัดที่ดินบริษัท เอ็มโฮม เอส พีวี 2 เนื้อที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดไท ซึ่งดีเอสไอมีคำสั่งอายัดเนื่องจากนายศุภชัยนำเงินจากสหกรณ์จำนวนกว่า 321ล้านบาท ไปซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าว ต่อมาบริษัทได้นำเงินไปซื้อที่ดิน ภายหลังนายศุภชัยถูกจับกุมมีกลุ่มทุนมาติดต่อกับสหกรณ์เพื่อรับซื้อที่ดินโดยจะชำระเงินกว่า 321 ล้านบาท คืนให้กับสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะยังไม่ถอนการอายัดแต่ได้ตั้งอนุกรรมการพิจารณา

  

ด้านพ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากการจ่ายเช็คของสหกรณ์ไปยังกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ จำนวน 878 ฉบับ ขณะนี้ตรวจสอบแล้วเสร็จกว่า 500 ฉบับ ซึ่งดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีไปให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาตามที่มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ ยังเหลือเช็คอีกกว่า 300 ฉบับที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน รวมถึงกรณีของนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจและกรรมการบริษัทบิลเลี่ยนอินโนเวเทด จำกัด ซึ่งมีชื่อรับเช็คจำนวน 2 ครั้งจากนายศุภชัย เป็นเงิน 20 ล้านบาทช่วงปี 2552-2555 และยังมีข้อมูลในชั้นสืบสวนว่านายสัมฤทธิ์มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายวัฒชานนท์ นวอิสรารักษ์ ล่าสุดได้ขอเลื่อนการให้ปากคำเป็นวันพรุ่งนี้(10 มิ.ย.) เวลา 10.00 น.

  

พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวถึงกรณีเข้าสอบปากคำพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า พระธัมมชโยให้การเพียงการรับบริจาค ส่วนการนำบริจาคไปใช้อย่างไรนั้น ดีเอสไอจะต้องเรียกสอบปากคำพระมหาบุญชัย พระฝ่ายการเงินของวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้จะนำข้อมูลการให้ปากคำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลการทำบัญชีของวัด ซึ่งดีเอสไอจะประสานไปยังกรมการศาสนา เพื่อสอบถามถึงการทำบัญชีของวัดในการรับบริจาคต่างๆ โดยจะต้องตรวจสอบไปยังวัดอื่นเพื่อเปรียบเทียบการทำบัญชีด้วย นอกจากนี้จะตรวจสอบว่านายศุภชัยได้นำใบอนุโมทนาบัตรที่ได้รับจากบริจาคแต่ละครั้งไปขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรอย่างไร