นักวิชาการ จี้ต้องเปิดพื้นที่ถกเถียงทางการเมือง ก่อนทำประชามติรธน. แนะหากไม่ผ่านกมธ.ยกร่างชุดใหม่ต้องมาจากเลือกตั้ง
เวทีเสวนา “ทำประชามติอย่างไร ไม่ให้เสียของ?” จัดโดยเว็บไซต์ “ประชามติ” Prachamati.org ณ โรงแรมบางกอก ชฎา โดยได้มีการเเถลงผลการสำรวจการแสดงความคิดเห็นในเว็บไซด์ประชามติว่าหากร่างรัฐธรรมนูที่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรนำรัฐธรรมนูญ2540มาใช้หรือประยุกต์ใช้เลยรวมถึงให้มีการเลือกตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ โดยนายจาตุรนต์ บุญรัตนสุนทร ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายมาตราที่มีปัญหาเรื่องความสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ในส่วนการทำประชามติน่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องรอการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาเช่นเรื่องที่มาสว. ที่คนจำนวนมากไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้ การทำประชามติควรต้องทำทั้งฉบับ หากทำประชามติแล้วไม่ผ่านก็น่าจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ซึ่งส่งผลต่อการอยู่ต่อกับรัฐบาลชุดนี้จนส่งผลต่อคนกลุ่มหนึ่งเกิดความอึดอัดทางการเมืองรวมถึงเกิดแรงกดดันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ด้านรศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯกล่าวว่าประชามติเป็นเครื่องมือของสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ซึ่งการทำประชามติต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาและบริบทที่จะต้องมีเสรีภาพ มีพื้นที่การถกเถียงที่หลากหลาย ทั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหามาก เช่นองค์กรหลายองค์กรณ์ที่มีที่มาอย่างไม่มีหัวนอนปลายเท้า จึงอยากเรียกร้องว่าการทำประชามติต้องมีการถกเถียงและสร้างกระบวนการถกเถียงให้กว้างขวางครอบคลุมเพียงพอเช่นการเปิดเวทีทำประชาพิจารณ์จึงจะต้องยกเลิกประกาศคสช.หลายฉบับที่กดทับบรรยากาศการเมืองขณะนี้อยู่ทั้งนี้การได้มาซึ่งกติกาประชาธิปไตยก็ต้องทำให้มีการต่อรองเจรจากันได้ทุกฝ่ายโดยหากจะสร้างประชาธิปไตยจริงก็ต้องทำแบบนี้ยกเว้นเราไม่ได้ต้องการสร้างสังคมประชาธิปไตยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ด้านอาจารย์ปองขวัญ สวัสดิ์ภักดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การทำประชามติที่จะไม่ให้เสียของ ต้องกลับไปดูโจทย์ของการเข้าควบคุมอำนาจว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ซึ่งตนเห็นว่าอาจจะขัดแย้งกับ เป้าหมายของการทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ในส่วนการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านไปแล้วนั้นมีปัญหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมเลย เมื่อถึงขั้นการทำประชามติ จึงขอเรียกร้องให้มีขั้นตอนที่เป็นประชาธิปไตย โดยการยกเลิกกฏหมายที่ปิดกั้นการเเสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งหากบรรยากาศก่อนการทำประชามติยังเป็นเช่นนี้ ก็คิดว่ามีคนจำนวนมากจะไม่เห็นด้วย หากประชามติไม่ผ่าน ประชาชนไม่รับ ก็ขอเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและ คสช.
ด้านนางสุนี ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฏหมาย กล่าวว่า คนไทยเรียนรู้หลักการอันหนึ่งตั้งแต่ปี 2535 ว่าการร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่ถูกครอบงำกำหนดโดยนักกฏหมายคนใด และต้องเป็นบทสรุปของการต่อรองอำนาจทางการเมืองในบริบทนั้นๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำให้การถกเถียงเป็นเวทีเปิดและมีการวิจารณ์อย่างหนักในทุกประเด็น ทั้งนี้ตนเห็นว่าอาจจะต้องมีการทำประชามติในบางประเด็นที่เป็นประเด็นสำคัญ เพื่อให้คุ้มค่าต่อการเสียงบประมาณ คิดว่า กกต.น่าจะสามารถออกแบบบัตรเลือกตั้งได้





