วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอเจตน์'ตั้งกระทู้ถามรพ.เอกชนค่ารักษาแพง

"หมอเจตน์"ตั้งกระทู้ถามรพ.เอกชนค่ารักษาแพง ด้านรมว.สธ. รับสาเหตุเอกชนมีต้นทุนสูง ยันเร่งแก้ไขวาง 3 แนวทาง เผยสัปดาห์ได้ผลสรุป

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธาน โดยพิจารณาวาระกระทู้ถามที่น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช.ได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง นโยบายรัฐบาลในการควบคุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินจริงของโรงพยาบาลเอกชน โดยนพ.เจตน์ ถามนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะมีการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน แต่พบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับค่าบริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่สูงเกินจริงเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นเพื่อสอดรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้เอกชนต้องลงทุนและควบรวมกิจการ ไปจนถึงการดึงตัวหมอมาจากภาครัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนในราคาที่สูงจึงทำให้ราคาค่ารักษาถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในอาเซียน แต่หากค่ารักษาพยาบาลมีราคาแพงเกินไป อาจทำให้ผู้ป่วยต่างชาติไม่เดินทางมารักษาในประเทศ และต้องสูญเสียรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท จึงอยากสอบถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร

น.พ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า ปัญหาดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปถึงสาเหตุราคาค่ารักษาพยาบาลที่แพงมาจากต้นทุนค่าใช้จ่ายทางเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น การพัฒนายาใหม่ ต้นทุนการควบคุมความเสี่ยง ต้นทุนที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามระดับมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความเข้าใจดีว่าต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่เอกชนต้องแบกภาระไว้ ดังนั้น รัฐบาลก็ไม่ได้มีนโยบายว่าจะต้องทำให้ราคาของโรงพยาบาลเอกชนต้องมีราคาแบบ เดียวกันของโรงพยาบาลในภาครัฐแต่อย่างใด   

นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหานั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ดังนี้1.ตั้งคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงของภาคเอกชน 2.ยาเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการพ.ศ.2558โดยโรงพยาบาลเอกชนจะต้องมีแนวทางในการกำหนดสัดส่วนของกำไรและการบริหารจัดการ ราคายาให้มีความเหมาะสมกับต้นทุน ซึ่งในแต่ละโรงพยาบาลจะมีราคาแตกต่างกันได้ แต่ต้องประกาศราคาให้ประชาชนได้รับทราบตามกลไกของตลาด และ3.ประชาชนสามารถซื้อยานอกโรงพยาบาลได้ไม่จำเป็นต้องซื้อยาในโรงพยาบาลเอกชน โดยคณะณะกรรมการชุดนี้จะมีข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาออกมาภายในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งทำเว็บไซต์เพื่อให้ ประชาชนตรวจสอบค่ารักษาพยาบาลได้ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนตรวจสอบราคาก่อนทำการรักษา  

"ยืนยันมาตรการทั้งมดจะเป็นการคุ้มครองให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษา พยาบาลได้อย่างเป็นธรรมและมีความเหมาะสมภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี ทั้งนี้ ยอมรับว่าหากค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นเรื่อยๆจะทำให้ศักยภาพการแข่งขันของไทยลด น้อยลง แม้ว่าในภาพรวมค่ารักษาพยาบาลของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศยังต่ำกว่า ประมาณ3เท่าก็ตาม" นพ.รัชตะ กล่าว

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาราคายาที่มีราคาสูงส่วนหนึ่งมาจากการที่ยาบางประเภทมีสิทธิบัตรยาคุ้มครองอยู่ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้มาตรการCompulsory Licensing (การ บังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา) เพื่อเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรเพื่อให้ลดราคายาลงมา โดยที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการมาได้ด้วยดี แต่การใช้มาตรการนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังและจำเป็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางการค้าในวงกว้าง เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในบัญชีPriority Watch Listของสหรัฐอเมริกา (กลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา) โดยมีสาเหตุมาจากการบังคับใช้สิทธิที่ผ่านมา