วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เล็งเพิ่มสิทธิ 'ม.40' ประกันสังคม ดูแลคนงานนอกระบบ24ล้านคน

(รายงาน) เล็งเพิ่มสิทธิ "ม.40" ประกันสังคม ดูแลคนงานนอกระบบ24ล้านคน

“ความเท่าเทียม ลดเหลื่อมล้ำ" ตามหลักการของ พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ ปี 2558 ซึ่งอีกไม่นานจะมีผลบังคับใช้ ดูจะเป็นความหวังของกลุ่มคนทำงานอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ


นางสาวอรุณี ศรีโต ประธานศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) บอกว่า คนทำงานที่พึ่งพาตัวเองมาตลอดไม่มีนายจ้าง แม้จะภูมิใจที่ต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง แต่ก็ขาดระบบหลักประกันยามเจ็บป่วย หรือแม้แต่ในช่วงวัยชราที่ประกอบอาชีพไม่ได้แล้ว


“มาตรา 40” ตามกฎหมายประกันสังคมจึงถือเป็นความหวังสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหาเช้ากินค่ำแต่เพื่อให้กฎหมายนำไปสู่การปฏิบัติตามหลักการของความเท่าเทียม เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) และสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จึงได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องไปยัง สำนักงานประกันสังคมเพื่อขยายสิทธิประโยชน์ ตามมาตรา 40 ให้เทียบเท่ามาตรา 33 คือ การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ 7 ประการ ได้แก่


1.เจ็บป่วย 2.ทุพพลภาพ 3. ตาย 4.คลอดบุตร 5 ชราภาพ 6.สงเคราะห์บุตร หรือแม้แต่ 7.การประกันรายได้จากการทำไม่มีงานทำ


“อยากให้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมเช่น กรณีเงินชดเชยกรณีขาดรายได้เนื่องจากเจ็บป่วยและนอนพักรักษาตัวหลักเกณฑ์ปัจจุบันต้องเป็นผู้ป่วยใน หรือนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จึงจะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาทและใน 1 ปีได้ไม่เกิน 30 วัน จึงอยากเรียกร้องให้เปลี่ยนเป็นให้มีใบรับรองแพทย์ แม้ไม่ได้นอนโรงพยาบาลก็สามารถเบิกค่าชดเชยได้"


แม้ว่า พ.ร.บ.ประกันสังคม 2558 ฉบับใหม่จะมีเจตนาคุ้มครองคนทำงานอย่างเท่าเทียมกันแต่กฎหมายลูกที่กำลังร่างเพื่อออกบังคับใช้ อาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ และไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง โดยเฉพาะคนทำงานอิสระ นอกระบบ ตามมาตรา 40 เพราะสิทธิประโยชน์น้อยกว่า มาตรา 33 ซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีนายจ้าง


“การออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ ต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์ตามมาตราต่างๆ เช่น มาตรา 40 เพราะแม้แต่ค่าทำศพ ผู้ประกันตนมาตราอื่นๆ ได้ 4 หมื่นบาท แต่มาตรานี้ได้เพียง 2 หมื่นบาทเท่านั้น”


สำหรับความเป็นไปได้ของการปรับสิทธิประโยชน์ของกลุ่มคนทำงานนอกระบบตามมาตรา 40 นายโกวิท สัจจวิเศษ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม บอกว่า ได้รับข้อเสนอของแรงงานนอกระบบในเรื่องการปรับสิทธิประโยชน์ ซึ่งในวันนี้ (5 มิ.ย.) เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมจะเข้ามาร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ สำนักงานประกันสังคม อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางปฏิรูปประกันสังคมมาตรา 40 โดยวางแนวทางเบื้องต้นไว้ 4 เรื่อง คือ


การขยายการคุ้มครองไปสู่แรงงานนอกระบบอีกกว่า 20 ล้านคน การพัฒนาสิทธิประโยชน์ เช่น เงินชดเชยขาดรายได้ให้มีจำนวนวันและเงินชดเชยสูงขึ้น เงินค่าทำศพ คลอดบุตรมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มเงินสมทบ
สำหรับประกันสังคมมาตรา 40 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบเป็นสมาชิกกว่า 2.5 ล้านคน โดยมีชุดสิทธิประโยชน์ ดังนี้


ชุดสิทธิประโยชน์ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน โดยใน 100 บาทจะแบ่งเป็นส่วนที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเอง 70 บาท ที่เหลืออีก 30 บาทรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้ โดยจะได้รับการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน 3 กรณี คือ เงินทดแทนรายได้กรณีเจ็บป่วย เงินทดแทนรายได้กรณีทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ


ชุดสิทธิประโยชน์ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาทต่อเดือน โดยใน 150 บาทนั้น ผู้ประกันตนต้องจ่ายเอง 100 บาท ส่วนอีก 50 บาทนั้นทางรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้


ชุดสิทธิประโยชน์ 3 (เงินบำนาญชราภาพ) โดยขยายให้ผู้สมัครอายุ 60 ปีสามารถเข้าเป็นผู้ประกันตนได้ โดยหากจ่ายสมทบเดือนละ 100 บาท รัฐร่วมจ่ายอุดหนุน 100 บาท จะมีเงินออมเดือนละ 200 บาท แต่สิทธิประโยชน์ชุดนี้อยู่ระหว่างการปรับรวมกับกองทุนออมแห่งชาติ (กอช.)


แม้จะมีสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือกแต่เมื่อเทียบกับ “ผู้ประกันตนตามมาตรา33” ซึ่งมีนายจ้างยังถือว่าได้สิทธิประโยชน์น้อยมาก


ดังนั้น การปรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 เพื่อให้กับแรงงานนอกระบบที่มีจำนวนมากกว่า 24 ล้านคนได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมจึงน่าจะเป็นทางออกที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้อย่างแท้จริง

.......................


รมว.แรงงานสั่งเปิดฟังความเห็น ร่างก.ม.ลูกประกันสังคม17ฉบับ


พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงกรณีคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) แสดงความกังวลกับการออกร่างกฎหมายลูกของกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ 17 ฉบับ อาจจะมีการลิดรอนสิทธิหรือเสียสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนว่า ร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับจะมีการพิจารณาและกลั่นกรองกันอย่างละเอียดและหลายขั้นตอนเมื่อคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎหมายลูกได้จัดทำร่างกฎหมายแต่ละฉบับออกมาแล้ว จะต้องเสนอคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.)หรือบอร์ดประกันสังคม
โดยนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการพิจารณากฎหมายของกระทรวงแรงงาน ทีมงานของรัฐมนตรี จะร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ จากนั้นจะเสนอมายังรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งก่อนประกาศใช้


แต่หากเป็นร่างกฎหมายลูกที่เป็นกฎกระทรวงจะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้พิจารณากลั่นกรองเนื้อหาและส่งกลับมายังกระทรวงเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)


“กฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่กำหนดกรอบเวลาให้จัดทำกฎหมายลูก 17 ฉบับ ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน แต่หากร่างกฎหมายลูกฉบับใดที่ร่างออกมาแล้ว เนื้อหายังไม่ถูกใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็สามารถขอชะลอออกไปได้เพื่อปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายแต่ต้องเป็นไปมีเหตุมีผลและเป็นที่ยอมรับเพราะกฎหมายประกันสังคมเพียงแต่วางกรอบเวลาไว้เพื่อให้มีระยะเวลาจัดทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จที่ชัดเจน"


พล.อ.สุรศักดิ์ บอกว่า เมื่อคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎหมายลูกทั้ง 17 ฉบับเสร็จแล้ว จะให้กระทรวงแรงงานจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงเนื้อหาร่างกฎหมาย แต่ถ้าร่างกฎหมายฉบับใดที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันก็ไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน