(รายงาน) เล็งเพิ่มสิทธิ "ม.40" ประกันสังคม ดูแลคนงานนอกระบบ24ล้านคน
“ความเท่าเทียม ลดเหลื่อมล้ำ" ตามหลักการของ พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ ปี 2558 ซึ่งอีกไม่นานจะมีผลบังคับใช้ ดูจะเป็นความหวังของกลุ่มคนทำงานอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ
นางสาวอรุณี ศรีโต ประธานศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) บอกว่า คนทำงานที่พึ่งพาตัวเองมาตลอดไม่มีนายจ้าง แม้จะภูมิใจที่ต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง แต่ก็ขาดระบบหลักประกันยามเจ็บป่วย หรือแม้แต่ในช่วงวัยชราที่ประกอบอาชีพไม่ได้แล้ว
“มาตรา 40” ตามกฎหมายประกันสังคมจึงถือเป็นความหวังสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหาเช้ากินค่ำแต่เพื่อให้กฎหมายนำไปสู่การปฏิบัติตามหลักการของความเท่าเทียม เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) และสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จึงได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องไปยัง สำนักงานประกันสังคมเพื่อขยายสิทธิประโยชน์ ตามมาตรา 40 ให้เทียบเท่ามาตรา 33 คือ การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ 7 ประการ ได้แก่
1.เจ็บป่วย 2.ทุพพลภาพ 3. ตาย 4.คลอดบุตร 5 ชราภาพ 6.สงเคราะห์บุตร หรือแม้แต่ 7.การประกันรายได้จากการทำไม่มีงานทำ
“อยากให้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมเช่น กรณีเงินชดเชยกรณีขาดรายได้เนื่องจากเจ็บป่วยและนอนพักรักษาตัวหลักเกณฑ์ปัจจุบันต้องเป็นผู้ป่วยใน หรือนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จึงจะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาทและใน 1 ปีได้ไม่เกิน 30 วัน จึงอยากเรียกร้องให้เปลี่ยนเป็นให้มีใบรับรองแพทย์ แม้ไม่ได้นอนโรงพยาบาลก็สามารถเบิกค่าชดเชยได้"
แม้ว่า พ.ร.บ.ประกันสังคม 2558 ฉบับใหม่จะมีเจตนาคุ้มครองคนทำงานอย่างเท่าเทียมกันแต่กฎหมายลูกที่กำลังร่างเพื่อออกบังคับใช้ อาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ และไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง โดยเฉพาะคนทำงานอิสระ นอกระบบ ตามมาตรา 40 เพราะสิทธิประโยชน์น้อยกว่า มาตรา 33 ซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีนายจ้าง
“การออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ ต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์ตามมาตราต่างๆ เช่น มาตรา 40 เพราะแม้แต่ค่าทำศพ ผู้ประกันตนมาตราอื่นๆ ได้ 4 หมื่นบาท แต่มาตรานี้ได้เพียง 2 หมื่นบาทเท่านั้น”
สำหรับความเป็นไปได้ของการปรับสิทธิประโยชน์ของกลุ่มคนทำงานนอกระบบตามมาตรา 40 นายโกวิท สัจจวิเศษ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม บอกว่า ได้รับข้อเสนอของแรงงานนอกระบบในเรื่องการปรับสิทธิประโยชน์ ซึ่งในวันนี้ (5 มิ.ย.) เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมจะเข้ามาร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ สำนักงานประกันสังคม อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางปฏิรูปประกันสังคมมาตรา 40 โดยวางแนวทางเบื้องต้นไว้ 4 เรื่อง คือ
การขยายการคุ้มครองไปสู่แรงงานนอกระบบอีกกว่า 20 ล้านคน การพัฒนาสิทธิประโยชน์ เช่น เงินชดเชยขาดรายได้ให้มีจำนวนวันและเงินชดเชยสูงขึ้น เงินค่าทำศพ คลอดบุตรมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มเงินสมทบ
สำหรับประกันสังคมมาตรา 40 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบเป็นสมาชิกกว่า 2.5 ล้านคน โดยมีชุดสิทธิประโยชน์ ดังนี้
ชุดสิทธิประโยชน์ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน โดยใน 100 บาทจะแบ่งเป็นส่วนที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเอง 70 บาท ที่เหลืออีก 30 บาทรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้ โดยจะได้รับการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน 3 กรณี คือ เงินทดแทนรายได้กรณีเจ็บป่วย เงินทดแทนรายได้กรณีทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ
ชุดสิทธิประโยชน์ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาทต่อเดือน โดยใน 150 บาทนั้น ผู้ประกันตนต้องจ่ายเอง 100 บาท ส่วนอีก 50 บาทนั้นทางรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้
ชุดสิทธิประโยชน์ 3 (เงินบำนาญชราภาพ) โดยขยายให้ผู้สมัครอายุ 60 ปีสามารถเข้าเป็นผู้ประกันตนได้ โดยหากจ่ายสมทบเดือนละ 100 บาท รัฐร่วมจ่ายอุดหนุน 100 บาท จะมีเงินออมเดือนละ 200 บาท แต่สิทธิประโยชน์ชุดนี้อยู่ระหว่างการปรับรวมกับกองทุนออมแห่งชาติ (กอช.)
แม้จะมีสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือกแต่เมื่อเทียบกับ “ผู้ประกันตนตามมาตรา33” ซึ่งมีนายจ้างยังถือว่าได้สิทธิประโยชน์น้อยมาก
ดังนั้น การปรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 เพื่อให้กับแรงงานนอกระบบที่มีจำนวนมากกว่า 24 ล้านคนได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมจึงน่าจะเป็นทางออกที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้อย่างแท้จริง
.......................
รมว.แรงงานสั่งเปิดฟังความเห็น ร่างก.ม.ลูกประกันสังคม17ฉบับ
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงกรณีคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) แสดงความกังวลกับการออกร่างกฎหมายลูกของกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ 17 ฉบับ อาจจะมีการลิดรอนสิทธิหรือเสียสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนว่า ร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับจะมีการพิจารณาและกลั่นกรองกันอย่างละเอียดและหลายขั้นตอนเมื่อคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎหมายลูกได้จัดทำร่างกฎหมายแต่ละฉบับออกมาแล้ว จะต้องเสนอคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.)หรือบอร์ดประกันสังคม
โดยนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการพิจารณากฎหมายของกระทรวงแรงงาน ทีมงานของรัฐมนตรี จะร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ จากนั้นจะเสนอมายังรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งก่อนประกาศใช้
แต่หากเป็นร่างกฎหมายลูกที่เป็นกฎกระทรวงจะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้พิจารณากลั่นกรองเนื้อหาและส่งกลับมายังกระทรวงเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“กฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่กำหนดกรอบเวลาให้จัดทำกฎหมายลูก 17 ฉบับ ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน แต่หากร่างกฎหมายลูกฉบับใดที่ร่างออกมาแล้ว เนื้อหายังไม่ถูกใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็สามารถขอชะลอออกไปได้เพื่อปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายแต่ต้องเป็นไปมีเหตุมีผลและเป็นที่ยอมรับเพราะกฎหมายประกันสังคมเพียงแต่วางกรอบเวลาไว้เพื่อให้มีระยะเวลาจัดทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จที่ชัดเจน"
พล.อ.สุรศักดิ์ บอกว่า เมื่อคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกฎหมายลูกทั้ง 17 ฉบับเสร็จแล้ว จะให้กระทรวงแรงงานจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงเนื้อหาร่างกฎหมาย แต่ถ้าร่างกฎหมายฉบับใดที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันก็ไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน





