"วิษณุ"จูนงานปฏิรูปให้สปช. เน้นประสิทธิภาพมาก่อนเรื่องอื่น หวังซื้อใจประชาชน พร้อมชม “สนช.” เร่งออกกฎหมายสำคัญแล้ว71ฉบับ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวในงานสัมมนาระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของรัฐบาล ว่าในส่วนงานด้านการต่างประเทศ ที่ขอใช้สิทธิชี้แจงแทนพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ภาระกิจสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศคือการสร้างความเชื่อมั่น และทำให้ประเทศไทยมีที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ทั้งนี้งานด้านการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พอใจในระดับหนึ่ง ขณะที่งานด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลได้ตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้ 2.2ล้านล้านบาท ซึ่งต้องทำให้ได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ คาดโทษไว้แล้ว ส่วนงานด้านกีฬา ต้องส่งเสริมให้การกีฬามีส่วนเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองด้วย
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในส่วนของงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลใช้อำนาจอย่างพอเพียง แม้จะมีผู้พูดว่ารัฐบาลมีอำนาจมาก โดยมือซ้ายถือกฎอัยการศึก มือขวาถือความเป็นรัฎฐาธิปัตย์ ขณะที่ปากได้คาบมาตรา 44 ไว้ แต่ที่ผ่านมาเห็นชัดว่ารัฐบาลใช้อำนาจพิเศษ เช่น มาตรา 44 อย่างจำเป็นเท่านั้น เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น หรือตามที่ประชาชนเรียกร้องเท่านั้น อย่างไรก็ตามช่วงที่รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการ ได้ร่วมหารือกับมหาเถรสมาคม ซึ่งท่านสมเด็จได้ให้คาถาสอนใจมาบทหนึ่งซึ่งมีความหมายถึงการใช้อำนาจ หากใช้น้อยไปคนจะดูถูกว่าอ่อนแอ แต่หากใช้มากไปอำนาจนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้ โดยช่วงบริหารราชการที่ผ่านมา อำนาจตามมาตรา 44 ถูกนำมาใช้เพียง 17 ครั้งโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องงานบริหาร ไม่เกี่ยวกับงานด้านตุลาการแต่อย่างใด ขณะที่การออกกฎหมายขอขอบคุณ สนช. ที่พิจารณาผ่านร่างกฎหมาย โดยกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลส่งให้พิจารณา จำนวน 109 ฉบับ ซึ่งแบ่งเป็นกฎหมายเพื่อแก้ไขเรื่องพันธะสัญญากับต่างประเทศ, ลดความเหลื่อมล้ำ, แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สามารถผ่านและบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว 71 ฉบับสั่งการให้เผยแพร่ให้ความรู้ทางกฎหมาย โดยทำคู่มือฉบับเล็ก อ่านง่าย หลักการสำคัญของกฎหมายที่ชาวบ้านควรรู้คืออะไร ขณะที่กฎหมายใดที่ควรเลิก หรือทบทวนให้ทันสมัย ต้องพิจารณาและดำเนินการในระยะ 5 ปี ขณะที่กฎหมายของกระทรวงต่างๆ ต้องตั้งทีมแปลกฎหมายในกระทรวงเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ที่มาลงทุนได้รับทราบกติกาก่อนดำเนินการ
“สำหรับการทิศทางปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย รัฐบาลได้รอรายละเอียดจากสปช. อยู่แต่ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดที่ส่งให้พิจารณา ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว คือปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องราคาถูก รวดเร็ว โดยรัฐบาลได้ส่งร่างกฎหมายหลายฉบับให้คณะกรรมการกฤษฏีกาพิจารณาแล้ว อาทิ ร่างกฎหมายว่าด้วยกองทุนยุติธรรม, กฎหมายว่าด้วยการไกล่เกลี่ย, ร่างพระราชกฤษฎีกาตำรวจไม่มียศ ขณะที่การปฏิรูปในด้านต่างๆ แนวทางปฏิบัติจะมี 3 ระดับซึ่งจะทำอะไรก่อนก็ได้ คือ ปฏิรูปองค์กร, วิธีการปฏิบัติและบุคลากร ทั้งนี้ผมมองว่าการปฏิรูปที่จะได้ใจประชาชนคือการปฏิรูปเรื่องประสิทธิภาพการทำงานก่อน จากนั้นจึงต่อด้วยคนและโครงสร้าง ผมมองว่าหากแนวทางปฏิรูปของสปช. ตรงกับครม. การทำงานจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย” นายวิษณุ กล่าว





