กมธ.ยกร่างฯ เผยสปช. แจง วันที่ 2 แนะปรับปรุงที่มาส.ว.
ที่รัฐสภา นายปกรณ์ ปรียากร และพล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ โฆษกกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมจากสมาชิก สปช.เป็นวันที่ 2 จำนวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 7 ว่า ในกลุ่มที่ 3 ของ นายมนูญ ศิริวรรณ สปช.ซึ่งส่งคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 68 มาตรา มีประเด็นสำคัญที่เสนอแก้ไข
อาทิ ประเด็นการเมือง มีการเสนอขอให้ตัดคำว่ากลุ่มการเมืองออกจากร่างรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ไม่เห็นด้วยกับการลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ (โอเพ่นลิสต์) ส่วนการเปิดเผยภาษีย้อนหลังของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เสนอขอแก้ไขจาก 3 ปี เป็น 5 ปี และขอแก้ไขจำนวน ส.ว.จาก 200 คน เหลือเพียง 150 คน โดยมาจากการเลือกตั้ง 77 คน มาจากการสรรหา 73 คน พร้อมทั้งขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 166 การลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีให้ลงโดยลับ ด้านประเด็นสิทธิพลเมืองและแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ขอให้ตัดข้อความบางส่วนในมาตรา 63 คือ “พลเมืองมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ...”ออกและเพิ่ม “ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศชาติด้วย"
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นการตรวจสอบและการปฏิรูป เสนอให้ตัดมาตรา 71 เรื่องสภาตรวจสอบภาคพลเมืองออกทั้งมาตรา เพราะมองว่าจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณ อย่างก็ตามในกลุ่มดังกล่าวเห็นด้วยกับมาตรา 275 การควบรวมกันของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ไม่เห็นด้วยกับจำนวนคณะกรรมการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ โดยต้องการปรับลดจาก 11 คนให้เหลือ 7 คน ด้านประเด็นการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องการให้ตัดความออกบางส่วนในมาตรา 193 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาฯกับต่างประเทศ เพราะเกรงจะทำให้การเจรจาต่อรองของประเทศเสียหาย ส่วนประเด็นในบทเฉพาะกาล ต้องการใหตัด มาตรา 308(1)และมาตรา 308(2) ออก เพราต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2 ปี และให้มีการออกเสียงประชามติโดยการเขียนให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สมาชิกกลุ่ม 3 ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด คือ การแก้ไขจำนวน ส.ว.และการทำหนังสือสัญญามาตรา 193 ส่วนที่เห็นว่าเหมาะสมและไม่ควรแก้ คือ หมวดการปฏิรูปและการปรองดอง
นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่ 7 ของนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ประเด็นสิทธิพลเมืองและสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ต้องการให้เพิ่มข้อความในมาตรา 26 “พลเมืองย่อมไม่กระทำการให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกลุ่มคน ส่วนประเด็นหมวดปรองดอง ต้องการให้มีสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ จำนวน 60 – 90 คน และยุบกรรมการยุทธศาสตร์และกรรมการปรองดอง ตัดมาตรา 298 ออก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สมาชิกกลุ่ม 7 ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด คือ มาตรา 121 ให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ว.โดยตรง โดยให้ที่มา ส.ว.มาจากกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย สายอาชีพละ 1 คน มีเขตเลือกตั้งตามโซนจังหวัด ส่วนการประชุมในวันที่ 4 มิถุนายน เริ่มเวลา 09.00 น.


