วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มนูญ'เผยกมธ.ร่างรธน. ซักยิบ ปมแก้ม.308

"มนูญ"เผยกมธ.ร่างรธน. ซักยิบ ปมแก้ม.308 ทำประชามติปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง หวั่นกระทบเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย

นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ฐานะผู้นำกลุ่มสปช.สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการเข้าชี้แจงประกอบคำขอแกไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเวลานาน 3 ชั่วโมง ว่า ประเด็นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญซักถามกับผู้ชี้แจงมากที่สุด คือ ข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง ได้แก่ มาตรา 308 ที่ขอแก้ไขให้กำหนดให้มีการออกเสียงประชามติประเด็นปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้ง โดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ซักถามถึงวิธีปฏิบัติ ความชัดเจน และผลกระทบต่อหน่วยงานอื่นๆ เช่น สปช. สภานิติบัญญัตแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม) และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผู้ชี้แจงให้คำตอบว่า เมื่อมาตรา 308 ถูกแก้ไขแล้วจะทำให้เกิดการทำประชามติหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน จำนวน 1 ครั้ง แต่มีประเด็นที่นำไปทำประชามติ 2 ประเด็น คือ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วเห็นด้วยกับการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ ภายใต้กรอบ 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งการบัญญัติดังกล่าวจะมีความสัมพันธ์กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อเปิดโอกาสให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หากทั้ง 2 ประเด็นประชาชนเห็นชอบ จะส่งผลให้สปช. สนช. ครม. และ คสช. ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และต้องเขียนบทเฉพาะกาลเพิ่มเติมเพื่องดใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บางมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง  

นายมนูญ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอที่ให้ปรับระบบเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้กลับไปใช้รูปแบบเหมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 คือให้พรรคเป็นผู้จัดลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อและไม่เห็นด้วยกับรูปแบบโอเพ่นลิสต์หรือให้ประชาชนจัดลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ซักถามว่าประเด็นดังกล่าวได้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียก่อนนำเสนอหรือไม่ ซึ่งผู้ชี้แจงยืนยันว่าได้ศึกษาแล้วและเห็นว่าการปรับให้ใช้ระบบเลือกตั้งบัญชีรายชื่อแบบเดิมนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และป้องกันบัตรเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจำนวนมาก

ขณะที่ประเด็นพลังงานที่เสนอให้เพิ่มถ้อยคำในมาตรา 93 ว่าด้วยรัฐต้องส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียน ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้ข้อสังเกตว่าเป็นคำที่ไม่เหมาะสม หากประเทศกลุ่มอาเซียนรับทราบอาจมองว่าประเทศไทยพยายามยกตัวให้เป็นศูนย์กลางอาเซียน ซึ่งผู้ชี้แจงให้รายละเอียดอาจปรับคำว่าศูนย์กลาง ตามภาษาอังกฤษที่ว่า HUB เป็นถ้อยคำอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนถ้อยคำว่าอะไร ขณะที่บรรยากาศการรับฟังของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญภาพรวมมีการรับฟังเป็นอย่างดี แต่ไม่ปรากฎว่าได้ตอบรับประเด็นใดเป็นพิเศษ