'ไชยา'ยันปืนจดทะเบียนตามกม.ทุกกระบอก

'ไชยา'ยันปืนจดทะเบียนตามกม.ทุกกระบอก

"ไชยา"ยันปืนจดทะเบียนตามกฎหมายทุกกระบอก ปัดลูกน้องเอี่ยวอิทธิพลในพื้นที่ ด้านตำรวจเผยเหตุตำรวจสันติบาลถูกยิงตาย

นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนและกระสุนปืนจำนวนมาก พร้อมทั้งวิทยุสื่อสาร และเสื้อเกราะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 ตัว ที่บ้านของนายไชยาว่า อาวุธทุกอย่างได้ขึ้นทะเบียนไว้หมดแล้ว ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้นำปืนไปตรวจสอบการลงทะเบียนที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค 7 อยู่ ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นที่บ้านนั้น เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะมีการเคลียร์พื้นที่จ.นครปฐม

เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่อิทธิพล ก่อนหน้านี้มีตำรวจและนักการพนันถูกยิงตายโดยกล่าวหาว่าลูกน้องตนเป็นคนยิง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าลูกน้องตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และก็ไม่เกี่ยวกับเด็กในบ้าน ตนพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ยินดีให้มาตรวจค้นและตรวจบุคคลต้องสงสัย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ไม่พบอะไร ส่วนข่าวที่ออกไปนั้นเชื่อว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจค้นครั้งนี้เชื่อมโยงถึงเรื่องการเมืองหรือไม่ นายไชยากล่าวว่า คิดได้หลายอย่าง เราเป็นนักการเมือง ยืนกลางแจ้ง โดนทั้งแดด ฝน ก้อนหิน และดอกไม้ ก็ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลว่าจะถูกเชื่อมโยงกับเหตุคาร์บอมบ์ที่สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพราะตนไม่มีระเบิด มีเพียงอาวุธปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

เผยเหตุตำรวจสันติบาลถูกยิงตาย ค้นบ้าน"ไชยา"

ด้านพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เปิดเผยถึงยุทธการปฐมเจดีย์ ซึ่งได้นำหน่วยคอมมานโดเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านนายไชยา สะสมทรัพย์ หรือบ้านใหญ่ และจุดอื่นๆอีกรวม 13 จุดในจังหวัดนครปฐม เมื่อช่วงเช้าวันนี้(29 พ.ค.) ว่า เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะในพื้นที่นครปฐมมีเหตุยิงกันบ่อย และเป็นพื้นที่ที่ขาดบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ล่าสุดเกิดเหตุตำรวจสันติบาลถูกยิงเสียชีวิต รวมทั้งมีเหตุยิงนักพนันเสียชีวิต ซึ่งคดีไม่มีความคืบหน้าและยังถูกปิดเงียบ ตำรวจกองปราบปรามจึงเปิดปฏิบัติตรวจค้น โดยเฉพาะบ้านของผู้มีอิทธิพล

พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้หลายราย การปฏิบัติการเป็นที่น่าพอใจ ยืนยันกองปราบปรามจะเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนอย่างเข้มงวด รวมทั้งเอาผิดสถานบริการต่างๆ หากพบมีการเปิดเกินเวลาเวลา ไม่เฉพาะใน จ.นครปฐม แต่จะเป็นทั่วประเทศ เพื่อเข้มงวดการป้องกันปราบปรามเหตุอาชญากรรม ให้ประชาชนมีความรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

"ในฐานะที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย และเราต้องการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย โดยสังคมต้องมีความเท่าเทียมกัน จะปล่อยละเลยให้มีผู้อิทธิพลทำตัวยิ่งใหญ่เหนือกฎหมายไม่ได้ จึงได้เกิดปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้น ใครเป็นอย่างไรไม่ทราบ อดีตที่ผ่านมาต้องรักษาความดีงาม ทุกคนต้องช่วยกัน" รรท.ผบก.ป. กล่าว