วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธนะศักดิ์'ยันใช้เรือ-สหรัฐบินเข้าเขตน่านฟ้าแก้ค้ามนุษย์

"ธนะศักดิ์"เผยนำเรือใช้เป็นฐานปฏิบัติการพิเศษ และให้เครื่องบินของสหรัฐฯบินเข้าเขตน่านฟ้าไทยตามที่สหรัฐฯแจ้ง แก้การค้ามนุษย์ตามหลักมนุษยธรรม

ในการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุมวันนี้ไม่ใช่การมาพูดหรืออภิปราย แต่เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาที่ต้องมีทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อความยั่งยืนขอย้ำว่าเบื้องต้นต้องให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งไทยได้อนุมัติให้มีการนำเรือใช้เป็นฐานปฏิบัติการพิเศษ (Floating Platform) เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนส่งไปยังประเทศที่มีความพร้อมให้การช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้(29 พ.ค.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้อนุมัติด้วยวาจาให้เครื่องบินของสหรัฐฯ บินเข้าเขตน่านฟ้าไทยตามที่สหรัฐฯแจ้งว่าต้องการลาดตระเวนสำรวจผู้อพพยพที่ลอยลำอยู่ในทะเล ซึ่งเครื่องบินของสหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ แต่ฝ่ายสหรัฐฯจะต้องประสานกับศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ซึ่งมีกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก สำหรับปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์นั้น เป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบ แต่ยืนยันว่าไทยมีความจริงใจในการแก้ปัญหา และได้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย

ด้านดาโต๊ะอิบบราฮิม บิล อับดุลลา รองปลัดกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวในที่ประชุมว่า ภายหลังการประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการจัดประชุมระดับผู้นำ 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และเมียนมา ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือกันถึงการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์

ขณะที่นายทิต ลิน ผู้แทนพิเศษกระทรวงต่างประเทศเมียนมา กล่าวว่า เมียนมาไม่ใช่ประเทศเดียวที่ประสบปัญหาผู้อพยพทางเรือ และทุกประเทศควรเข้าร่วมแก้ปัญหา ซึ่งเมียนมายินดีต่อการที่หลายประเทศพูดถึงเรา แต่เห็นว่ายูเอ็นเอชซีอาร์กับประเทศออสเตรเลียต้องกลับไปศึกษาข้อมูลให้มากขึ้นว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ทั้งนี้เมียนมายืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับทุกประเทศที่จะร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งรวมถึงการร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยขณะนี้เราได้ให้กองทัพเรือและกองทัพอากาศลาดตระเวนทางทะเลเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพ โดยย้ำว่าปัญหานี้คือการค้ามนุษย์

ส่วนนายชาฮิดุล ฮัก ปลัดกระทรวงการต่างประเทศบังคลาเทศ กล่าวว่า บังคลาเทศต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบยอมรับว่าร้อยละ 30 ของเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ เป็นผู้อพยพที่เดินทางออกมาจากบังคลาเทศ ซึ่งผู้อพยพเหล่านั้นตระหนักอยู่เสมอว่าพวกเขาต้องการออกไปแสวงหาโอกาสและที่ทำกินที่ดีกว่า

ต่อมาพล.อ.ธนะศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ประเทศไทยได้ทำงานร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) โดยมีการตั้งศูนย์ประสานงานที่ประเทศไทย และขณะนี้ไอโอเอ็มได้มอบเงินให้จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 64 ล้านบาท) ซึ่งไทยเห็นว่าเงินดังกล่าวควรเก็บไว้ที่ไอโอเอ็ม โดยทางการไทยพร้อมให้การสนับสนุนหากไอโอเอ็มร้องขอมา ส่วนการอนุญาตให้สหรัฐฯบินเข้าน่านฟ้าไทย เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้อพยพทางทะเลนั้น ตนได้แจ้งให้นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย รับทราบแล้ว ซึ่งสหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการได้ทันที โดยเขาต้องประสานกับผู้อำนวยการศอ.ยฐ.ที่มีกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้ดูแล ทราบว่าตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในมาเลเซีย

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่ปาหี่ แต่แสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทั้งปัญหาการค้ามนุษย์และช่วยเหลือผู้อพยพ อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้(28 พ.ค.) เราได้พูดคุยกับพม่าและบังกลาเทศแล้วว่าเราจะร่วมกันในการแก้ปัญหา และการประชุมวันนี้จะไม่พูดว่าใครเป็นต้นเหตุของปัญหา เพราะจะไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ เพราะการประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์ให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าว