“บวรศักดิ์” ย้ำคำว่า “พลเมือง” ในร่างรธน. ไม่ใช่วาทกรรม แจงเป็นการวางฐานแก้ปัญหาซื้อ-ขายเสียง เน้นให้คนรับผิดชอบต่อหน้าที่ ดูแลบ้านเมือง
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมูญ ซึ่งมีหลายประเด็น ว่า ในส่วนของคำว่า พลเมือง ครม. ไม่ได้เสนอคำขอแก้ไข เพียงแต่ให้ข้อสังเกตมาเท่านั้น ทั้งนี้การบัญญัติคำว่าพลเมืองในร่างรับธรรมนูญนั้น เพื่อต้องการวางรากฐานของการแก้ปัญหาการซื้อสิทธิ ขายเสียงในการเลือกตั้ง เพราะวัฒนธรรมของราษฎรที่ยังพึ่งพาผู้นำทางการเมือง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งไว้ว่าประชาธิปไตยทางการเมือจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้มีการปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ำให้ราษฎรเป็นคนชั้นกลางระดับกลาง ไม่ต้องพึ่งพาใคร รวมถึงต้องการให้ราษฎรที่ไม่ให้ความสนใจการเมืองเท่ากับการบ้านของตนเอง หันมาสนใจการเมืองเท่ากับการบ้านของตนเอง ไม่ใช่แค่การใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 1 นาทีแล้วมอบอำนาจให้ผู้ใดไปดำเนินการผ่านตัวแทน ดังนั้นวัฒนธรรมพลเมืองจึงมีความสำคัญเพราะต้องการให้คนมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม รู้หน้าที่ และดูแลบ้านเมืองไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่เชื่อข่าวลือ หรือถูกชักจูงได้ง่าย ซึ่งการเขียนคำว่า “พลเมือง” ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่แค่เรื่องการเขียนถ้อยคำ หรือการสร้างวาทะกรรม เหมือนกับการสร้างวาทะกรรมคำว่า เหาะเกินลงกา หรือเรือแป๊ะ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มาชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำความเข้าใจกันหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องทำความเข้าใจ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะรับฟังเท่านั้น ทั้งนี้คำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของครม. ก็มีความสำคัญเท่ากับคำขอแก้ไขของสปช. ที่ต้องนำมาพิจารณา
เมื่อถามถึงการเสนอให้ปรับหมวดปฏิรูปและปรองดอง รวมถึงตัดการปฏิรูปด้านต่างๆ ออก ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าต้องพิจารณาในเหตุผล ทั้งนี้ในคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ครม.เสนอให้พิจารณาไม่ใช่การตัดออก ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นตนได้เจอกับนายวิษณุในงานหนึ่ง ซึ่งเขาต้องการให้นำหลักการปฏิรูปไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดนั้นให้นำไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความกระชับ โดยการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นให้สปช.ดำเนินการและเมื่อทำเสร็จ ก็ให้แนบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแนบไปกับร่างรัฐธรรมนูญช่วงของการทำประชามติ
“ประเด็นการปฏิรูปก็เป็นอย่างที่ทุกฝ่ายเรียกร้องตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 ไม่ใช่หรือ แล้วหากต้องการปฏิรูปแล้วสภาที่มีอยู่ตอนนี้ ก็มีชื่อว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ใช่หรือ ดังนั้นคำถามสำคัญคือเราจะย้อนกลับไปอีกหรือ ในหมวดปฏิรูปยืนยันว่าจะมีในร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ส่วนจะปรับหมวดปฏิรูปให้เป็นโมเดลตามข้อเสนอของครม. หรือไม่นั้น ก็ไม่แน่ เพราะคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ เช่นเดียวกันคำขอแก้ไขของสปช. ทั้ง 8 กลุ่ม และของประชาชนที่เสนอเข้ามา แต่จะพิจารณาอย่างไร ต้องมาดูเหตุผลกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และส่งให้ สปช. พิจารณาลงมติแล้ว ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่สปช.จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนผมก็หมดหน้าที่ และเมื่อสปช.เห็นชอบแล้วส่งให้ประชาชนลงประชามติ ส่วนประชาชนจะลงมติให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่านก็เป็นเอกสิทธิ์ของประชาชนเช่นกัน ส่วนผมนั้นพร้อมรับคำพิพากษา ” นายบวรศักดิ์ กล่าว




