วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ทวงสัญญางประยุทธ์งสร้างรถไฟรางคู่ทั่วปท.

“ปชป.” ทวงสัญญา “ประยุทธ์” สร้างรถไฟรางคู่ทั่วปท. ตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่เริ่มแม้แต่โครงการเดียว

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่รัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สายคือ กทม.-หัวหิน , กทม.-พัทยา และ กทม.-เชียงใหม่ เพราะทั้ง 3 โครงการไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน จึงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะบอกว่าเอกชนจะเป็นผู้ลงทุน เพราะไม่มีเอกชนรายใดทำธุรกิจที่ขาดทุนแน่นอน ตนเชื่อว่าโครงการเหล่านี้รัฐต้องลงทุนเองไม่น้อยกว่า 80 %  

นายสามารถ กล่าวว่า ต้องดูทีโออาร์ด้วยว่ารัฐบาลจะลงทุนอย่างไรเพราะไม่มีรายละเอียด แต่สิ่งที่แน่นอนคือเอกชนลงทุนต้องได้กำไร คาดว่าถ้าให้เอกชนลงทุนเป็นสัดส่วนที่มาก โครงการคงไม่เกิดเพราะขาดทุน และตนไม่แน่ใจว่าเอกชน 3-4 ราย ที่ปรากฏชื่อจะมีความสนใจโครงการเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน 

“ถ้าเจ้าสัวเหล่านี้จะสร้างก็ต้องมีเงื่อนไขกับรัฐบาล สมมติอาจจะมีการสร้างเมืองใหม่เพราะมีที่ดินอยู่ในบริเวณนั้น เขาก็ต้องได้ผลประโยชน์คุ้มค่า การพัฒนาระบบโลจิสติกสามารถทำได้โดยการสร้างรถไฟรางคู่แต่รัฐบาลยังไม่ได้สร้างแม้แต่สายเดียว ถ้าจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อให้เกิดการต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ยิ่งต้องพิจารณาว่ารัฐควรดำเนินการหรือไม่ ใครได้ประโยชน์ แต่ในขณะนี้ต้องดูว่าเอกชนจะทำจริงหรือไม่ เพราะเห็นมีซีพีเพียงบริษัทเดียวที่ดูข้อมูล ส่วนอื่นยังไม่เห็นมีการศึกษาเลยไม่ว่าจะเป็น เบียร์ช้าง หรือ บีทีเอส” นายสามารถ กล่าว

นายสามารถ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุว่า จะพัฒนารถไฟรางคู่ทั่วประเทศมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการก่อสร้างแม้แต่สายเดียว จึงขอให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้จะดีกว่า เพราะรัฐบาลชั่วคราวไม่ควรทำโครงการใหม่ เนื่องจากใช้เวลานานทั้งที่จะทำกับจีนกับญี่ปุ่น เพราะสุดท้ายทั้ง 2 ประเทศอาจไม่ร่วมลงทุนด้วยให้แต่เงินกู้ อีกทั้งหากทำรถไฟรางคู่จะได้ผลต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องเร่งที่เรื่องรถไฟความเร็วสูง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลทบทวนเพราะรัฐบาลมีเวลาสั้นควรทุ่มเทกับรถไฟรางคู่มากกว่า ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าทั้ง 3 โครงการนี้คงไม่เกิดขึ้น เพราะในอดีตการรถไฟฯได้เชิญเอกชนลงทุนหลายครั้งแต่ไม่ได้รับความสนใจ เพราะขาดทุน แต่ถ้าจะมองว่ากำลังทำรถไฟความเร็วสูงเพื่อต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังคิดว่าไม่น่าจะคุ้มทุน เนื่องจากผู้โดยสารจะน้อยที่คิดว่าจะพัฒนาให้เกิดเมืองใหม่จะไม่ประสบความสำเร็จ  

นายสามารถ กล่าวถึงกรณีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคมและเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เคยระบุว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ โมเดลน่าจะเป็นไปได้คือ รัฐและเอกชนร่วมกันลงทุน โดยเอกชนมีเงินมากจะลงทุนไปก่อน อาจจะไม่ก่อสร้างเอง หลังจากนั้นให้รัฐบาลชำระภายหลัง ทั้งซีพีและไทยเบฟฯมีธุรกิจในเครือเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า มีศูนย์กระจายสินค้าและอสังหาริมทรัพย์ สามารถต่อยอดโครงการได้ว่า ถ้าดำเนินการเช่นนั้นจริงก็จะเป็นโครงการเทิร์นคีย์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีใครทำแล้ว และมีมติครม.ให้พยายามหลีกเลี่ยง เนื่องจากทำให้ต้นทุนโครงการแพงขึ้นโดยใช่เหตุ เนื่องจากเอกชนกู้เงินมาลงทุนดอกเบี้ยแพงต้นทุนก็แพงด้วย และเป็นลักษณะเหมือนกับการออกแบบไปสร้างไป ทำให้กำหนดงบประมาณและคุมการก่อสร้างยาก ถ้าทำแบบนี้ก็เหมือนรัฐไปกู้เงินจากเอกชนมาทำจะเสียดอกเบี้ยมากกว่าการไปกู้เงินกับไจก้าหรือที่อื่น ๆ