วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปท.ระบุขรก.ทุจริตล็อตสองอยู่ในกลุ่มม.44กว่าครึ่ง

เลขาฯป.ป.ท.ระบุข้าราชการเอี่ยวโกงล็อตสอง อยู่ในกลุ่มถูกจัดการโดยมาตรา 44 กว่าครึ่ง

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์ รายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” กรณีให้จัดการ152 ข้าราชการระดับสูง ว่า รายชื่อล็อตแรกเดิมทีทั้งหมด 198 คน ตัดข้าราชการที่เกษียณไปแล้วทั้งหมด ในส่วนที่ใช้ตามมาตรา 44 อีก 45 คน เพราะฉะนั้นเหลือประมาณ 140 กว่าคน 

เมื่อถามว่า รายชื่อที่ส่งให้ต้นสังกัดไปจัดการ 140 กว่าคน ขณะนี้ดำเนินการไม่ถึงไหน นายประยงค์ กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องทำกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน เพียงแต่ที่ผ่านมา อำนาจหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นเรื่องเป็นราว และทำให้มีการทุจริตกันมากขึ้น เป็นปัญหาที่คาราคาซังกันตลอด คนที่คิดจะทุจริตใหม่ก็ไม่กลัว เพราะเห็นคนที่ทุจริตไปแล้วยังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ ประกอบกับว่าการที่ปล่อยให้คนที่ถูกกล่าวหาอยู่ในตำแหน่งหน้าที่มันทำให้มีปัญหาในเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน และอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อส่งรายชื่อไปแล้วเดือนกว่าๆ หลายหน่วยงานได้ดำเนินการไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รายงานกลับมาให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐมนตรีจะทำหนังสือติดตามไปอีกครั้ง 

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ที่ได้ให้ทำหนังสือไปทวงถามต้นสังกัดจากในส่วน 146 กว่าคนนั้น เป็นเพราะไม่มีความคืบหน้าใช่หรือไม่  นายประยงค์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น ในเมื่อเราส่งรายชื่อไปแล้ว ก็ต้องติดตามผลว่าเป็นอย่างไร เพราะเราต้องการให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนราชการ และเมื่อส่งรายชื่อไปแล้วถ้าเกิดว่าหัวหน้าส่วนไม่ทำ คนที่เดือดร้อนคือหัวหน้าส่วนนั้น เพราะเป็นหน้าที่ของท่าน  โดยครั้งแรกเราไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไป  ซึ่งอาจจะไม่ค่อยรัดกุมเท่าไหร่ในแง่ของแนวทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปตรงไหนที่ยังมีช่องว่างก็จะเสริมเติมให้เต็ม

เมื่อถามว่า ล็อตที่สองจำนวน 152 รายชื่อ แบ่งเป็นสองกลุ่มเหมือนเดิม กลุ่มที่ต้องใช้มาตรา 44 กี่คน กลุ่มที่ส่งต่อต้นสังกัดให้ไปจัดการเองกี่คน นายประยงค์ กล่าวว่า ก็ประมาณครึ่งๆ ส่วนรายละเอียดเท่าไหร่ ขอให้ท่านรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบในส่วนนี้ และกรอบเวลาในการดำเนินการทางวินัยมีกำหนดไว้อยู่แล้วว่าต้องทำให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน เพราะเป็นพระราชบัญญัติการบริหารของ กพ.ซึ่งมีกฎหมายอยู่ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เคร่งครัดตรงนี้ วันนี้เราเพียงแต่เอาของเดิมที่มีอยู่แล้วมาบังคับใช้ให้เป็นเรื่องเป็นราว