ชั่วโมงที่ 26 : เกาะติดเส้นทางถอนพาสปอร์ตทักษิณ "NOW26" 27-5-58
กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ข่าวนี้ผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงเมื่อบ่ายวันนี้ โดยให้เหตุผลว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พันตำรวจโททักษิณ มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียง และเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสวนสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 326 และ 328 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) (5)
สำหรับเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกตีความว่าอาจขัดต่อกฎหมายจนนำไปสู่การเพิกถอนพาสปอร์ต เกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปร่วมงานแสดงวิสัยทัศน์ผู้นำเอเชีย ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ และมีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ไปทั่วโลก
กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 ข้อ 21(4) และข้อ23 (2) จึงได้ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2558
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า ฝ่ายความมั่นคงได้เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย
สำหรับหนังสือเดินทางที่ถูกเพิกถอนทั้งสองเล่มนั้นเป็นหนังสือเดินทางธรรมดา (พาสปอร์ตสีน้ำตาล) ส่วนหนังสือเดินทางทางการทูต (พาสปอร์ตแดง) ที่ถูกเพิกถอนไปเมื่อปี 2551 สมัยที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก มีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ 2 ปี จากนั้น วันที่ 12 เม.ย. ปี 2552 ได้มีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ตเล่มสีน้ำตาล) อีกเล่มหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า อยู่เบื้องหลังการก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช.
แต่เมื่อถึงยุคที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการคืนพาสปอร์ตให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2554 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้นให้เหตุผลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ก่อความเสียหายต่อประเทศ และต่างประเทศ และเป็นสิทธิของคนไทยที่จะมีหนังสือเดินทาง
ทางด้าน สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็บอกว่า ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็จะคืนพาสปอร์ตให้แก่ ทักษิณ เพราะเห็นว่า ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้กับประเทศ
ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกับเมื่อครั้งที่ คุณสุรพงษ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อปี 2552 ที่จัดแจงคืนพาสปอร์ตให้แก่ ทักษิณ โดยอ้างว่า ไม่ได้ทำความเสียหายให้แก่ประเทศเช่นกัน
เพียงแต่ครั้งนี้ คุณสุรพงษ์ บอกว่า ที่มีการถอนพาสปอร์ต ทักษิณ มาจากสาเหตุอะไรนั้น เขาพูดไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย
แล้วก็ยังบอกด้วยว่า ทั่วโลกเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ทักษิณ ต่างชาติเขารู้อยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับน.ส.ยิ่งลักษณ์วันนี้ มันเหมือนถอดแบบกันมา ฉะนั้นคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม คุณสุรพงษ์ บอกว่า แม้ว่าจะถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง ทักษิณ ก็ยังคงเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ เหมือนเมื่อสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ประเทศต่างๆ ยังยินดีต้อนรับ
ขณะที่ นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้สนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมกับเรียกร้องไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี รวมถึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการถอดยศของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
ส่วน พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การจ้องจะเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้ไปรวบรวมสถิติบุคคลที่เข้าข่ายที่จะต้องถูกถอนพาสปอร์ต ส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าอยู่ในข่ายที่ถูกถอดถอนพาสปอร์ตด้วย ทางกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาไปตามความผิดที่มีอยู่จริง ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ฉะนั้นจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย





