รวบ 2 หนุ่มคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ พร้อมยาบ้า 577 เม็ด ก่อนขยายผลค้นห้องพักได้เพิ่มอีก 1 หมื่นเม็ด เผยพบประวัติเคยติดคุกในคดียาเสพติดมาแล้ว
พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนพคุณ ศรีจันทร์ อายุ 31 ปีชาวลำปาง และนายสุริยัน สุรินทร์ อายุ 31 ปี ชาวเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุภายในห่อกระดาษ 5 ห่อ รวมจำนวน 10,577 เม็ด พร้อมยึดรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ขย-5685 เชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิ ทะเบียน จงฉ-192 เชียงใหม่
พล.ต.ต.ประหยัชว์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค.เวลาประมาณ 02.00 น. ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจแอลกอฮอล์ บริเวณแยกประตูสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขณะขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ขย-5685 เชียงใหม่ ผ่านด่านตรวจ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจนั้นทั้งสองได้แสดงอาการมีพิรุธ จึงได้เข้าตรวจค้นอย่างละเอียด
จากการตรวจค้นอย่างละเอียดภายในรถคันดังกล่าว พบยาบ้าวางอยู่ภายในช่องวางของใกล้กระปุกเกียร์ด้านข้างซ้ายของคนขับ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 10 เม็ด พร้อมกันนี้บนเบาะรถด้านหลังคนขับ พบยาบ้าบรรจุภายในถุงสีฟ้า จำนวน 3 ถุง ซุกซ่อนไว้ภายในหมวกนิรภัย โดยนับรวมกันได้ 577 เม็ด
จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจยึดยาบ้าในห้องพักไม่มีชื่อ ห้องหมายเลข 5 ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นห้องพักของนายสุริยัน จากการตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าว สามารถตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักตู้เพิ่มอีก จำนวน 1 ห่อ หรือประมาณ และเข้าค้นที่บ้านเลขที่ 42/5 ม.7 ต.ห้วยทราย อ.วันกำแพง จ.เชียงใหม่ จากการค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว สามารถยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานให้ห้องนอนได้เพิ่มอีก จำนวน 4 ห่อ รวมยาบ้าที่ได้จากการขยายผล จำนวน 10,000 เม็ด
ทั้งนี้ จากการสอบถามนายสุริยัน ได้ให้การว่ายาบ้าทั้งหมดนั้นเป็นของนายนพคุณ เป็นผู้นำมาให้ตนเป็นผู้ซุกซ่อน ขณะที่จากการสอบสวนนายนพคุณได้ให้การว่า สำหรับยาบ้าทั้งหมดนั้นได้ซื้อยาบ้ามาจากนายต้อม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งอยู่ใน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ในราคาเม็ดละ 100 บาท โดยได้ซื้อขายกันที่ บริเวณศาลาหน้า โรงพยาบาลกิ่งอำเภอแม่ออน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอย่างไรก็ตามจะได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายและจะได้เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป





