คำแปรญัตติร่างรธน.ถึงมือ"กมธ.ยกร่างฯ"เย็นนี้ ก่อนใช้เวลา 60 วัน ด้าน"คำนูญ"เผยประชุมพรุ่งนี้ พิจารณาคำแปรญัตติ กำหนด 2-6 มิ.ย.ให้ผู้ส่งคำขอเข้าแจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ (25 พ.ค.58) เป็นวันครบกำหนดที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะรับคำแปรญัตติจาก 3 องค์กรที่มีสิทธิเสนอความเห็นตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 คือ คณะรัฐมนตรี ( ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นอกจากนี้ กรรมาธิการยกร่างฯได้ทำหนังสือขอความเห็นจากพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งเอกสารให้กรรมาธิการฯแล้วตั้งแต่วันที่20 พ.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการส่งคำแปรญัตติในครั้งนี้ ข้อเสนอขอให้แก้ไขที่ตรงกันหลายฝ่ายคือ กรณีนายกรัฐมนตรีคนนอก ต้องกำหนดวิกฤตให้ชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับระบบโอเพ่นลิสต์ คัดค้านการให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเสนอกฎหมายพิเศษ ถ้าฝ่ายค้านไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 48 ชั่วโมง หรือมีการอภิปรายแล้วได้รับการไว้วางใจ ให้กฎหมายผ่านสภาทันทีโดยไม่ต้องพิจารณา รวมถึงกรณีให้นายกรัฐมนตรีเปิดอภิปรายไว้วางใจตัวเองได้ หากมีการดำเนินการแล้วฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมไม่ได้ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพราะนายกรัฐมนตรีสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายค้านได้ผ่านช่องทางดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนประเด็นเกี่ยวกับภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ซึ่งประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรตัดทิ้งคือ การตั้งคณะกรรมการปรองดอง ที่ให้อำนาจเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้กับบุคคลที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์หรือสำนึกผิดต่อคณะกรรมการ ทั้งนี้แม้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 จะเปิดโอกาสให้ ครม. คสช. และสปช.เสนอความเห็นให้ปรับปรุงแก้ไขได้ แต่อำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่กรรมาธิการฯ ว่าจะดำเนินการตามคำขอหรือไม่ จากนั้นร่างสุดท้ายจะถูกส่งไปให้ สปช.ลงมติรับหรือไม่รับทั้งฉบับ โดยไม่มีการพิจารณาเป็นรายมาตราอีก หากสปช.คว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้ทั้ง สปช.และกรรมาธิการยกร่างฯ ถูกยุบพร้อมกันตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ในขณะนี้
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคำขอแปรญัตติจากส่วนต่าง ๆ ว่าเจ้าหน้าที่จะนำมาประมวลจับกลุ่มและระบบภายในวันอังคารที่26 พ.ค. เป็นต้นไปเพื่อให้เห็นภาพชัดว่า ในแต่ละมาตราแต่ละประเด็นมีคำขอแก้ไขอย่างไรบ้าง เพื่อให้ดูง่าย ซึ่งคงใช้เวลา 2-3 วัน จากนั้นเชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมชี้แจง ด้วยวาจาเพิ่มเติมกลุ่มละ 3-5 คน ให้เวลากลุ่มละครึ่งวัน ใช้เวลาตั้งแต่ 2-6 มิ.ย. โดยวันอังคารที่ 26 พ.ค.นี้ คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะประชุมเพื่อหารือว่าจะเชิญใครมาวันไหน อย่างไรเพราะไม่ทราบว่ามีกี่กลุ่ม รวมถึงกรณีพรรคการเมืองว่าจะให้โอกาสส่งตัวแทนมาชี้แจงตามที่เคยคุยไว้หรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยอีกครั้ง
นายคำนูณ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ากรรมาธิการฯควรจะต้องพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เราเห็นตารางเวลานี้แล้ว มีการกำหนดขั้นตอนทำงานก็กำหนดแล้ว และตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ค.จะประชุมโดยไม่มีวันหยุดราชการ และจะเดินทางไปที่สวนสนในวันที่ 22 มิ.ย.-3 ก.ค. เพื่อประชุมได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสัปดาห์สุดท้ายจะมีไปต่างจังหวัดหรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยในการพิจารณาจะพิจารณาเป็นรายมาตรา เหมือนการพิจารณาวาระสองของกรรมาธิการฯ และจะแถลงผลการพิจารณาต่อสาธารณะทุกวัน
"ถ้าประเด็นใดมาตราใดมีผู้ยื่นขอแก้ไขเป็นจำนวนมาก ก็ต้องพิจารณาอย่างแน่นอนที่สุด เพราะมีน้ำหนัก เช่นมาตรา 181-182 ที่ครม.และกมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตัดทิ้ง โดยส่วนตัวก็เห็นว่ากรรมาธิการฯทุกคนมีประเด็นนี้อยู่ในใจรวมถึงอำนาจคณะกรรมการปรองดอง ในการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ มีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับปรุงให้ชัดเจนขึ้น หรือตัดทิ้งบางมาตรา เพื่อไม่ให้มีความหวาดระแวง ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับฉันทามติของที่ประชุม แต่ถ้าตกลงไม่ได้จะไม่เร่งลงมติเอาไปรวบรวมไว้ในช่วงท้าย ส่วนแรงกดดันนั้น ยอมรับว่ามีมากขึ้นเป็นธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะก่อนรับหน้าที่ก็คาดหมายไว้แล้ว เพราะเป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญในสถานการณ์พิเศษและแตกต่างจากปี 2540 จึงคาดการณ์ได้ตั้งแต่แรกว่า จะมีแรงกดดันจากทุกทิศทาง" นายคำนูณ กล่าว





