วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

33บัญชีข่ายยูฟันถอนเงินกว่า1.8พันล. ขนไปมาเลย์

กองปราบฯตรวจ 33 บัญชีเครือข่ายยูฟัน พบถอนเงินกว่า 1.8 พันล้านบาทขนข้ามไปมาเลย์

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) - พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมพ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รองผบก.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โภมาภา รอง ผบก.น.8 หน.ฝ่ายอำนวยการและส่งกำลังบำรุงคดียูฟัน พ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองผู้กำกับการ ฝ่ายกิจการการฝึกอบรม วิทยาลัยการตำรวจ กองบัญชาการศึกษา ช่วยราชการ สำนักงานผู้ช่วยผบ.ตร. แถลงผลการตรวจสอบบัญชีของน.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี ,นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21 ปี ,น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู (Mr.BOON KIAT CHOO) ชาวมาเลเซีย หลังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารใน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อรับโอนเงินจากสมาชิกยูฟันฯ ก่อนจะถอนเงินสด แล้วนำข้ามไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อฟอกให้ถูกกฎหมาย พบ 33 บัญชี มียอดถอนเงิน 1,816 ล้านบาท พร้อมประสานแจ้งเตือนและขอความร่วมมือกับประเทศสมาชิกตำรวจสากล 189 ประเทศ

พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหาจากเดิมที่พบมีการถอนนำเงินออกนอกประเทศ 779 ล้านบาท ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายมีบัญชี รวมกันทั้งหมด 33 บัญชี มียอดเงินกว่า 1,816 ล้านบาท ซึ่งมีถอนและนำเงินไปยังประเทศมาเลเซีย 2 วิธี คือนายบุน เกียท ชู เป็นผู้ขนเงินด้วยรถบีเอ็ม สีดำ ทะเบียน 3กศ 4509 กรุงเทพมหานคร ข้ามไปประเทศมาเลเซียและวิธีที่ 2 จะมีผู้ชาย ซึ่งอยู่ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้มารับเงินหน้าธนาคารหลังนายบุน เกียท ชู ถอนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหาชายชาวปีนังคนดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบหาบัญชีธนาคารอื่นๆเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาทั้ง 4ราย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” เพิ่มเติมจาก “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยหลังจากนี้ใครก็ตามที่มีส่วนในการช่วยยักย้ายถ่ายเทเงินที่มาจากการกระทำความผิดในคดีแชร์ลูกโซ่บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด จะถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน เพิ่มเติมอีกด้วย

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเร่งสรุปสำนวนทั้งในส่วนของผู้ต้องหาที่จับได้แล้วและยังจับไม่ได้ พร้อมเตรียมส่งฟ้องให้อัยการสูงสุดโดยเร็วที่สุดเพื่อให้พิจารณาคดีเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ตนมั่นใจในพยานบุคคล พยานวัตถุ รวมทั้งพยานเอกสารว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ปปง.ได้ประสานกับทางเศรษฐกิจการคลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำส่งเรื่องให้อัยการสั่งฟ้องให้คดีดังกล่าวเป็นคดีล้มละลาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อกฎหมายในต่างประเทศ พบว่ามีกฎหมายที่ระบุถึงความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่เช่นเดียวกัน จึงมั่นใจว่าจะสามารถประสานในการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้แน่นอน

ในกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีดาราและนักร้องชื่อดัง อาทิ นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ , นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน และ น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือลาล่า โปงลางสะออน เข้าร่วมเป็นสมาชิกบริษัทยูฟันฯ เกี่ยวกับเรื่องนี้มีพลเมืองส่งข้อมูลดังกล่าวมาให้เจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังไม่มีผู้เสียหาย หรือพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าดาราที่ถูกนำมาโพสต์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด บ.ยูฟัน หรือเป็นแม่ข่าย ตอนนีออยู่ระหว่างประสานดาราเหล่านั้นให้เข้าชี้แจง เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคคลเหล่านี้ด้วย ทั้งนี้ตำรวจได้รับการติดต่อจากแมน-ศุภกิจ ว่าจะเดินทางเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนภายในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.

เมื่อถามถึงคลิปที่มีลาล่า โปงลางสะออน ขึ้นพูดในลักษณะเชิญชวนให้คนมาสมัครธุรกิจยูฟัน และการแชร์อย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลนั้น พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว แต่ยืนยันว่าหากใครก็ตามที่กระทำความผิด หรือมีลักษณะเข้าข่ายการกระทำความผิด รวมทั้งพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใดก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น

ด้าน พ.ต.ท.ปองพล กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งหนังสือประสานความร่วมมือกับตำรวจสากล 189 ประเทศ ให้ตรวจสอบข้อมูลในการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจและการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทยูฟันฯ สรุปใจความว่า "เรื่อง: ขอความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลปูมหลังของเครือข่ายยูฟันในประเทศ......

ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบริษัท ที่เรียกว่า "UFUN" และผู้บริหาร ตลอดจนผู้สมรู้ร่วมคิด ในข้อหา “ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ได้ยื่นไว้กับนายทะเบียน ร่วมกันชักชวนบุคคลเข้าร่วมเครือข่ายในธุรกิจขายตรงโดยตกลงให้ผลตอบแทนจากการหาสมาชิก และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 พระราชกำหนดกับเงินให้กู้ยืมเงินเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน BE2527 (1984) และประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2449 ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเครือข่ายดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

พบว่ามีการกระทำอันเป็นการฉ้อฉลต่างๆ มากมาย มีการออกหมายจับบุคคลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว และมีหลายคนได้ถูกจับกุมตัวแล้ว ในขณะที่อีกหลายคนเชื่อว่าได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติรายนี้ได้สร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจของไทยและประชาชนชาวไทย รัฐบาลไทยจึงระดมสรรพกำลังเพื่อที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มบริษัทยูฟันและเครือข่ายของบริษัทจะถูกขึ้นบัญชีดำและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศไทย

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือเพื่อตรวจสอบข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ประวัติอาชญากร และกิจกรรมอันเป็นที่น่าสงสัยอื่นๆ ของบุคคล, องค์กรดังกล่าว ตลอดจนเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง และขอได้โปรดแจ้งเตือนไปยังบริษัทต่างๆ ในประเทศของท่านเพื่อมิให้ร่วมลงทุนกับบริษัทยูฟัน เพื่อหลีกเลียงการถูกสอบสวน ดำเนินคดี และขึ้นบัญชีดำในประเทศไทย