วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.แนะประชามติไม่ผ่านสรรหากมธ.ยกร่างฯใหม่โดยปชช.

"วัฒนา"เสนอหากประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ให้สรรหากมธ.ยกร่างรธน.ใหม่โดยประชาชน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติว่า  เห็นหลายฝ่ายดีใจที่ที่ประชุม ครม และ คสช มีมติเป็นเอกฉันท์ให้แก้มาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการลงมติในเดือนมกราคม 2559   ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ตามคำแถลงของรัฐบาล การทำประชามติจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในกรณี สปช มีมติรับร่างรัฐธรรมนูญ หาก สปช ลงมติไม่รับก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไปไม่ต้องไปทำประชามติ กรณีนี้หากถือตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ต้องย้อนกลับไปให้ คสช แต่งตั้งสภาปฏิรูปเพื่อแต่งตั้ง "มหาปราชญ์" ชุดใหม่ทำการยกร่างรัฐธรรมนูญซื้อเวลากันต่อไปไม่รู้จบ

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า เพื่อให้เรื่องนี้มีข้อสรุปและจบลงครั้งเดียวไม่ยืดเยื้อ ตนเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวกับยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสาระสำคัญว่าหากที่ประชุม สปช ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือรับแต่ประชาชนเสียงข้างมากออกเสียงในการลงประชามติไม่รับอันเป็นผลให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ให้มีการสรรหากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่โดยประชาชนเพื่อดำเนินการแทนตามอำนาจหน้าที่ แทนที่จะให้ คสช เป็นผู้แต่งตั้งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดย  รูปแบบและวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ เสนอให้ ครม หรือ คสช เชิญพรรคการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาชนและตัวแทนวิชาชีพมาร่วมกันหารือเพื่อให้ได้กระบวนการอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย จะได้นำไปแก้ไขแล้วใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเสียทีเดียว

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า ฝากไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ หากต้องการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ขจัดการมีส่วนได้เสียอย่าไปทำแบบที่ท่าน “มหาปราชญ์” เขียนไว้ในมาตรา 306 วรรคสอง เพราะไปเลือกห้ามเฉพาะการดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากประชาชน อยากจะบอกว่าถึงไม่เขียนไว้ท่านก็คงไม่เข้าไปยุ่งเพราะอะไรที่มาจากประชาชนท่านก็ไม่เอาด้วยอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งในองค์กรทั้งหลายที่ไปแอบตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไปกลับลืมห้าม

"ผมฝากความห่วงใยไปยังท่านประธาน คสช ว่าความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดคือการนำประเทศไทยกลับสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การที่ถูกกลุ่มประเทศทางตะวันตกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) ทำให้ประเทศไทยต้องปรับกระบวนการผลิตสินค้าจากที่ต้องพึ่งพาระบบภาษีเป็นตัวช่วยมาผลิตสินค้าที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบภาษี เพราะการขอคืน GSP ทำได้ยากและไม่เกิดประโยชน์อีกต่อไป ทางออกของประเทศคือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรมเพื่อให้มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนไปแก้ไขปัญหา ภายใต้ระบอบเผด็จการหรือประชาธิปไตยแบบครึ่งๆกลางๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบริหารประเทศไม่ได้เพราะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น รัฐประหารไม่ทำให้เกิดการส่งออก การบริโภคและการลงทุนอันเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยมีเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์แบบข้ามคืน (overnight deposit) ถึงวันละประมาณ 900,000 ล้านบาท แสดงว่าภาคธุรกิจไม่มีการลงทุนหรือธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ แม้รัฐบาลของท่านจะใช้นโยบายการเงินและการคลังก็ไม่สามารถขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้ เพราะประชาชน นักลงทุนหรือแม้แต่ภาคธุรกิจที่เคยสนับสนุนให้มีการยึดอำนาจก็ยังไม่เกิดความมั่นใจ สองขั้นและวันทวีคูณก็ได้กันไปถ้วนหน้าแล้ว คืนอำนาจให้กับประชาชนไปเถิดครับ" นายวัฒนา กล่าว 

อัด 4 แนวทางหากประชามติไม่ผ่านแค่ทางเลือกได้อยู่ยาว

ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เตรียม 4 แนวทางในกรณีที่การทำประชามติไม่ผ่านว่า

1.ล้มตั้งใหม่ก็คือเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งก็ใช้เวลานาน

2.ให้มีแค่กรรมาธิการยกร่างฯ ไม่ต้องมีสปช.ก็คงยาวอีก เพราะว่าจะคัดเลือกกันมา

3.ให้สนช.เป็นผู้ดำเนินการ อันนี้ก็ยาวพอกัน เพียงแค่เปลี่ยนคนร่างเท่านั้น

และ 4.ครม.ร่วมกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งพิจารณาหยิบเอารัฐธรรมนูญปี 40 ปี 50 หรือฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ ซึ่ง 3 ช่องทางหลังนั้นต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราวใหม่จึงจะสามารถทำได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องการทำประชามติแล้ว แต่เป็นการเสนอทางเลือกอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อให้อยู่ยาว

ทั้งนี้ เมื่อครม. คสช. มีมติให้ทำประชามติก็เขียนให้ชัดเจนไปเลยว่า ถ้าไม่เอาจะเอาร่างใด เอาให้ชัดๆ ไปเลย

"สังศิต"ประเมินทำประชามติร่างรธน.ใหม่ขึ้นอยู่การแก้ร่างรธน.

ขณะที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เชื่อว่าเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อเปิดโอกาสให้มีประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จะต้องดำเนินการตามที่มีระบุไว้ แต่ประเด็นหลักที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างแท้จริงคือการพิจารณาปรับปรุงหรือไม่ในมาตราที่เกี่ยวกับการเมือง อาทิ ที่มาส.ว. , ที่มาของส.ส.ในแบบบัญชีรายชื่อ, กลุ่มการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., การทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ออกแบบให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งมีความอ่อนแอและเป็นรัฐบาลผสม

รวมถึงกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้มีองค์กรใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ, สมัชชาพลเมือง ที่ยังหลายฝ่ายกังวลว่าอำนาจและหน้าที่จะทับซ้อนกับองค์กรที่ดำเนินการมาในอดีตหรือไม่ และองค์กรใหม่เหล่านั้นควรมีหรือไม่ควรมี หากควรมีแล้วต้องกำหนดอำนาจและหน้าที่อย่างไร ส่วนตัวมองด้วยว่าการประกาศอนาคตอาจทำประชามติเพื่อลดความขัดแย้งและความเป็นศัตรูระหว่างคสช. และพรรคการเมืองที่ยังเห็นแตกต่างกันเรื่องทำประชามติหรือไม่