"เทียนฉาย" ประธาน สปช. เสนอให้แก้รธน.57 มาตรา44 พ่วงเปิดช่องทำประชามติร่างรธน.ใหม่ เพื่อสร้างระบบ-กลไกแก้ปัญหาที่เหมาะสม
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติร่วมกันให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อเปิดให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี และอย่างน้อยมีความชัดเจนที่ทำให้เห็นว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อเตรียมทำประชามติ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ทางครม. และคสช. คงเสนอเนื้อหาที่จะแก้ไขให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามขั้นตอน ทั้งนี้ ตนมองว่าเมื่อครม. และคสช. ตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แล้วควรแก้ไขเผื่อไว้ด้วย เพื่อปลดล็อคข้อจำกัด เช่น การแก้ไขมาตรา 44 ว่าด้วยการใช้อำนาจกับหัวหน้าคสช. ออกคำสั่งทางปกครองที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามการใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาเช่น โรฮิงญา, การย้ายข้าราชการระดับสูงที่ผ่านมาแม้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ หรือทำได้ไม่รวดเร็วหากเทียบกับวิธีแก้ปัญหาปกติ แต่การใช้คำสั่งดังกล่าวในที่สุดอาจเป็นตัวที่ทำลายรากฐานประชาธิปไตยได้ ดังนั้นการสร้างประชาธิปไตยใหม่ไม่ ควรเสริมสร้างตามระบบและกลไกที่มีความเหมาะสมและทำให้เกิดการปรับตัวในการแก้ปัญหา โดยไม่ต้องใช้คำสั่งทางปกครองดังกล่าวบ่อยมากนัก
นายเทียนฉาย กล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่มีประเด็นขยายเวลาการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญออกไปอีกไม่เกิน 30 วันนั้น ไม่ถือว่าขยายเวลาให้สปช.ทำงานได้นานขึ้น เพราะกรอบเวลาการทำงานของสปช.ยังคงดำเนินต่อไปตามแผนปฏิรูปและแผนพัฒนาที่ได้กำหนดไว้แล้ว สำหรับเวลาที่จะให้ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนคาดว่าสปช.จะมีงานที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม คือ การรณรงค์ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงตอบข้อซักถามกับประชาชน โดยไม่มีการชี้นำว่าให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะส่วนตัวมองว่าหากสปช. หรือบุคคลใด เช่น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไปรณรงค์เกี่ยวกับการประชามติให้กับประชาชน แล้วบอกว่าให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นจุดที่อันตราย เพราะแสดงถึงความไม่เป็นกลางและอาจถูกนำไปเป็นประเด็นต่อต้านได้





