"อภิสิทธิ์"เห็นด้วย"ครม." เตรียมตัดมาตรา 181-182 เป็นเรื่องดี เหตุทำลายดุลอำนาจ บริหาร-นิติบัญญัติ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า จะตัดมาตรา 181 และ 182 ในร่างรัฐธรรมนูญทิ้งว่า เป็นเรื่องดีเพราะทำให้เสียดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ และกังวลว่าถ้าเจอรัฐบาลเหลิงอำนาจจะออกกฎหมายที่สร้างปัญหาความขัดแย้งได้ เหมือนกับกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีต ถ้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะช่วยให้กรรมาธิการฯทบทวนและกรรมาธิการฯรับฟังก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากให้ครม.และคสช.พิจารณาเกี่ยวกับการให้อำนาจคณะกรรมการปรองดอง เสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษด้วย เพราะเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมากที่ต้องไประบุอำนาจและกระบวนการพิเศษ ในการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแบบนี้ มันไม่เป็นไปตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ชี้แจง
“ผมไม่เข้าใจว่าท่านพูดได้อย่างไรว่า การตราพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้ทั่วไป ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญระบุว่าจะให้อภัยโทษ กับบุคคลที่มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือสำนึกผิดกับคณะกรรมการ โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยแม้แต่คดีทุจริต เป็นความผิดปกติที่ไม่ควรเปิดช่องไว้ ถ้าเอาตรงนี้ออกไปทุกคนจะได้สบายใจว่าไม่มีวาระแอบแฝง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอนุมาตรานี้ การให้อำนาจแบบนี้จะเกิดปัญหากระบวนการ ใช้พระราชอำนาจในเรื่องการอภัยโทษและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าปัญหาแบบกฎหมายนิรโทษกรรมจะไม่เกิดขึ้นอีก
“ขณะที่นายกฯย้ำตลอดว่าดีที่สุดให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน แต่การมีอะไรแบบนี้เป็นช่องทางเกิดการล็อบบี้ ต่อรอง ออกกฎหมายที่ขัดกับความรู้สึกของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคดีทุจริต ถ้า คสช.ไม่เสนอให้ตัดตรงนี้ออก แล้ววันข้างหน้ามีการเสนอให้อภัยโทษขัดกับสิ่งที่นายกฯพูดตอนนี้ คสช.ก็ต้องรับผิดชอบเพราะไม่เสนอให้ตัดออกไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ ระบุว่า ปัญหาชาติเกิดจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ไม่ยอมกัน พรรคหนึ่งได้เป็นรัฐบาลอีกพรรคก็ลงถนนว่า พรรคการเมือง 2 พรรคต่างคนต่างต่อสู้ตามอุดมการณ์ของตัวเอง ที่ผิดคือวิธีการใช้อำนาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ปัญหาไม่ใช่พรรค ก.ไก่ ทะเลาะกับพรรค ข.ไข่ หรือประชาชนทะเลาะกัน แต่เป็นเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตจนประชาชนออกมาต่อต้าน การตั้งโจทย์ผิดเช่นนี้ทำให้นายบวรศักดิ์ได้คำตอบที่ผิดไปด้วย จึงต้องไปทบทวน
ส่วนกรณีที่นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช.ออกมาระบุว่า ปัญหาประเทศเกิดจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่นั้น นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามกลับถึงนายประสารว่า จุดยืนตอนนี้อยากได้หรือยอมรับการนิรโทษกรรมแล้วใช่หรือไม่ การที่ตนยืนอยู่ที่จุดยืนเดิมกลายเป็นเรื่องผิด หรือคนที่เปลี่ยนจุดยืนควรพิจารณาตัวเองมากกว่า





