“ยิ่งลักษณ์” ยื่น 30 ล้านประกันตัว ทีมทนายมั่นใจ ชี้พิรุจเอกสาร-พยานของป.ป.ช.
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางออกจากศาลฎีกาฯ ภายหลังรับฟังคำฟ้องจากศาลฎีกาฯ แล้ว โดยได้ยกมือไหว้ขอบคุณประชาชนที่มารอให้กำลังใจอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้า ซึ่งต่างตะโกนร้องเรียกชื่อ มอบดอกไม้ และสวมกอดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่จะเดินทางกลับด้วยรถยนต์ยี่ห้อโฟล์ค เลขทะเบียน ฮน 333 โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าฟังศาลฎีกาฯ อ่านคำฟ้องในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระบวนการหลังจากนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ในการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวที่จะช่วยเหลือชาวนา พร้อมจะแสดงหลักฐานต่างๆ ต่อศาล ส่วนกระบวนการพิจารณาของศาลเมื่อสักครู่นั้น ศาลได้ลงนั่งพิจารณาครบองค์คณะทั้ง 9 ท่าน และได้อธิบายฟ้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ฟัง และยังถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า จะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปฏิเสธและจะให้รายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค. ศาลจึงได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 21 และ 28 ก.ค. เวลา 09.00 น. โดยศาลให้จำเลยมาทุกนัดที่ศาลนัด มีวงเงินประกันตัวจำนวน 30 ล้านบาท เป็นสมุดเงินฝากธนาคารกรุงเทพ ส่วนเรื่องพยานนั้นไม่สามารถแถลงได้ในวันนี้ แต่จะไปแถลงในวันที่มีการนัดตรวจพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องนั้น เราได้มีการขอคัดถ่ายเอกสารของโจทย์คือป.ป.ช. ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถชี้ให้เห็นข้อพิรุจของเอกสารและพยานได้
นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า พยานของป.ป.ช.เป็นพยานที่เคยถูกให้ออกจากราชการ ขณะที่ให้ปากคำกับป.ป.ช.นั้นยังหนีหมายจับอยู่ด้วยบางคน เราจะชี้ให้เห็นว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่อย่างไร ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาคดีนั้นยังไม่สามารถบอกได้ คงต้องรอหลังวันตรวจพยานหลักฐานคือวันที่ 28 ก.ค.ก่อน อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้มีข้อกังวลอะไร กังวลเพียงว่าเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว เราไม่อยากให้คนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปกล่าวชี้นำเท่านั้น


