"บัน คี มูน" ต่อสายตรง "พล.อ.ประยุทธ์" ห่วงปัญหาโรฮิงญา หวังแก้ปัญหาร่วมกัน ด้านนายกฯ ขอสหประชาชาติ ช่วยทำความเข้าใจ
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้โทรศัพท์ถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อสอบถามและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การอพยพของชาวโรฮิงญาที่พบมากขึ้น โดยระบุว่าคนเหล่านี้ควรได้รับการปฏิบัติอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิต ซึ่งในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งระบุว่าไทยมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจดูแลบริเวณน่านน้ำไทย ที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจพบเรือชาวโรฮิงญา จะสอบถามความต้องการและเจตนารมณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตามความสมัครใจของคนเหล่านั้น เช่น กรณีล่าสุดเจ้าหน้าที่ไทยได้ซ่อมเรือ และสนับสนุนอาหาร น้ำเพื่อบริโภค-อุปโภค เพื่อให้พวกเขาเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามความสมัครใจ ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปตามหลักกฎหมายสากล กฎหมายทางทะเล และกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำว่าทุกประเทศต่างก็มีกฎหมายของตนในการปฏิบัติต่อสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ จะต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า เลขาฯ ยูเอ็น ยังได้ขอบคุณรัฐบาลไทย และสอบถามถึงการประชุมวาระพิเศษ เรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานอย่างไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมว่าเป็นความริเริ่มที่สำคัญในการแสวงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกฯ อธิบายว่ารัฐบาลไทยตระหนักดีถึงความเร่งด่วน และเห็นว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ และทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสหประชาติต้องมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือ พร้อมทั้งขอให้สหประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจน เน้นการพัฒนาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยหวังให้คนเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตได้ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน และเห็นว่าการประชุมร่วมของ 15 ประเทศ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ น่าจะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เพื่อแสวงหาแนวทางและข้อสรุปของการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ที่สำคัญกว่านั้นเวทีนี้จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน ในการแสดงความรับผิดชอบต่อมวลมนุษยชาติ
ทั้งนี้ ในตอนท้ายของการพูดคุย นายกฯยังได้ขอให้เลขาธิการยูเอ็นฯ ช่วยทำความเข้าใจกับองค์กรต่าง ๆ ให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เน้นความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาทางสังคมตามหลักมนุษยธรรมบนพื้นฐานของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเลขาฯ ยูเอ็น พร้อมสนับสนุนแนวความคิดนี้ และพร้อมร่วมมือเพื่อให้การประชุมของ 15 ประเทศ ประสบผลสำเร็จ รวมทั้งขอบคุณนายกฯ และรัฐบาลไทย และอาเซียนด้วย





