UNHCR ส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวโรฮิงญา พร้อมเตรียมหาที่ตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นการเร่งด่วน
หลังจากที่ชาวโรฮิงญาจำนวน 106 คน ได้ถูกกลุ่มนายหน้าปล่อยทิ้งไว้เกาะสต๊อก หมู่เกาะสุรินทร์(เกาะสุรินทร์เหนือ) อ.คุระบุรี จ.พังงา จนเจ้าหน้าที่ทหารเรือจากฐานทัพเรือพังงา ต้องเข้าควบคุมตัว ในช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ค.58 เพื่อส่งไปให้ ตรวจคนเข้าเมืองพังงา ทำการตรวจสอ พบว่า มีผู้หญิงและเด็กชาวโรฮิงญา อยู่ในกลุ่มเดียวกันถึง 25 คน เป็นเด็กชาย 7 คน เด็กผู้หญิง 15 คน และมีหญิงชาวโรฮิงญา ที่มีลูกติดมาด้วยจำนวน 3 คน จึงได้ส่งทั้งหมดมายังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา
นายเซิร์จ เบอร์โทมิโอ เจ้าหน้าที่ภาคสนามฝ่ายคุ้มครองข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเบื้องต้นด้านอุปโภคแก่ชาวโรฮิงญา เพื่อจะได้มีของใช้ส่วนตัวในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา ก่อนจะเริ่มทำการเก็บประวัติชาวโรฮิงญา เพื่อตามหาครอบครัว และส่งต่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศที่ 3
นายเซิร์จ เบอร์โทมิโอ กล่าวว่า UNHCR ได้เริ่มทำงานร่วมรัฐบาลไทยมาต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาที่อพยพผ่านประเทศไทยมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดย จะคอยช่วยเหลือด้านอุปโภคเบื้องต้นหรือที่เรียกกันว่าถุงยังชีพให้กับกลุ่มชาวโรฮิงญาที่เดินทางมากับนายหน้าที่รัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือออกจากแค๊มป์ของแก๊งค้ามนุษย์ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการเป็นการเร่งด่วน
ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่ถูกล่อลวงมาจะมี 2 กลุ่ม คือ ชาวโรฮิงญา และชาวบังคลาเทศ ทำให้การช่วยเหลือและทางออกจะแตกต่างกันไป โดยชาวบังคลาเทศนั้น จะทำการประสานไปยังประเทศต้นทางเพื่อส่งตัวกลับบ้าน ส่วนชาวโรฮิงญานั้น ค่อนข้างมีความซับซ้อนโดยสถานการณ์ ซึ่งพบว่า ชาวโรฮิงญาต้องการความคุ้มครองชั่วคราว จึงได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยช่วยให้ชาวโรฮิงญา
สามารถตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่3 โดยปีที่ผ่านมาได้มีการช่วยเหลือในการตั้งถิ่นฐานไปแล้วจำนวน65คน และกำลังพิจราณาเพื่อที่จะส่งไปตั้งถิ่นฐานใหม่อีกเป็นจำนวนมาก





